หน้าแรก ภูมิภาค ตร.จ่อออกหมาย...

ตร.จ่อออกหมายจับ มือมืด ฉกทองจากตู้เซฟ โรงรับจำนำ ทน.ตรัง คาดเสียหาย 5 ล้าน

7.01.26 | 14:44 น.
โรงรับจำนำ

คาดเป็นคนใน! ตร.จ่อออกหมายจับ คนขโมยทองจากตู้เซฟ โรงรับจำนำ เทศบาลตรัง คาดเสียหาย 5 ล้าน ตั้งปมบริหารหละหลวม การเมืองท้องถิ่น พนง.บางคนติดพนัน-มีหนี้

จากกรณีทองคำ ทั้งทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ ที่ประชาชนนำไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) หายไปจากตู้เซฟ ในช่วงวันหยุดยาว 5 วัน เทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องหลังสถานธนานุบาลเปิดทำการตามปกติเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีประชาชนเจ้าของทรัพย์มาติดต่อจ่ายดอกเบี้ย และขอเพิ่มวงเงินจำนำทองคำ ทำให้เรื่องแดง จึงรีบแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจเร่งติดตามหาคนร้าย และแจ้งประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจนับทรัพย์จำนำทั้งหมด เพื่อให้ทราบจำนวนที่สูญหาย ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าววุ่น! โรงรับจำนำ เทศบาลตรัง ทองหายจากตู้เซฟ ยังประเมินความเสียหายไม่ได้ ปิด 3 วันสอบ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า คณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จ.ส.ท.) กว่า 10 คน ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสถานธนานุบาล และป้องกันการทุจริต ได้เข้าทำการตรวจทรัพย์จำนำตามระเบียบ เพื่อตรวจพิสูจน์จำนวนของทรัพย์สินที่หายไปทั้งหมด พร้อมด้วยนายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ ท้องถิ่นจังหวัดตรัง เริ่มเข้าตรวจทรัพย์จำนำภายในสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังดังกล่าวแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น คาดว่ามูลค่าความเสียหายประมาณ 3-5 ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 9 คน มีคนถือกุญแจ 2 คน เบื้องต้น ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบไม่พบร่องรอยการงัดแงะใดๆ พบเพียงเหตุผิดปกติกล้องวงจรปิดภายในสถานธนานุบาลขัดข้องติดๆ ดับๆ เป็นบางช่วงของวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน สภ.เมืองตรัง ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลไปแล้ว 4 ใน 9 ปาก

Advertisement

นายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ ท้องถิ่นจังหวัดตรัง เปิดเผยขั้นตอนว่า จะต้องตรวจทรัพย์อย่างละเอียด คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน ขณะที่ทางเทศบาลนครตรังยังคงปิดทำการสถานธนานุบาลฯต่อไปอีกถึงวันที่ 8 มกราคม หรืออาจจะมากกว่านั้น หากกระบวนการตรวจนับทรัพย์รับจำนำแล้วเสร็จไม่ทัน ซึ่งหากต้องปิดให้บริการเพิ่มเติม ทางสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังจะประกาศให้ประชาชนทราบต่อไป


อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเช้าของวันนี้ ได้มีชาวบ้านเจ้าของทรัพย์จำนวนมาก ได้แวะเวียนมาตรวจสอบบริเวณด้านหน้าอาคารสถานธนานุบาลฯ ไม่ขาดสาย บางคนไม่ทราบเรื่อง แต่มาเพื่อจะจ่ายดอกเบี้ย หรือเพิ่มวงเงินจำนำ แต่ต้องกลับไป ขณะที่อีกจำนวนมากทราบเรื่องข่าวทองคำถูกโจรกรรมหายไปจากตู้เซฟ จึงมาเพื่อตรวจสอบ เพราะห่วงกังวลว่าทองคำของตนเองจะเป็นหนึ่งในจำนวนทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณที่ถูกโจรกรรมหายไปดังกล่าว และไม่ทราบขั้นตอนการปฏิบัติหลังจากนี้ว่าจะต้องไปแจ้งความ หรือแสดงตนว่ามีทรัพย์ของตนเองจำนำไว้กับสถานธนานุบาลด้วยหรือไม่


ขณะที่บางคนมาพร้อมตั๋วจำนำ ระบุว่า นำสร้อยคอทองคำซึ่งเป็นมรดกของพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วมาจำนำไว้ เพื่อเอาเงินไปหมุนจ่ายค่าเทอมให้ลูกก่อน ตั้งใจว่าจะจำนำเพียง 1 เดือนเท่านั้น เพราะดอกเบี้ยถูกกว่าโรงรับจำนำเอกชน และจำนำร้านทอง และตั้งใจจะมาไถ่ถอนคืนในวันนี้ แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน ไม่แน่ใจว่าสร้อยของตนเองหายไปด้วยหรือไม่ และหากหายไปจะเสียใจมาก เพราะเป็นสร้อยคอมรดกจากพ่อแม่ที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว และเป็นลวดลายลักษณะรูปหัวใจร้อยเรียงกัน ไม่อยากให้หายไป เงินชดเชยก็ทดแทนคุณค่าทางจิตใจไม่ได้ จึงรู้สึกกังวลมาก


ด้าน พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เปิดเผยความคืบหน้าเบื้องต้น ระบุ ตอนนี้สอบปากคำไปแล้ว จำนวน 4 ปาก จากพนักงานทั้งหมด 9 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่คาดว่าเกี่ยวกับทองคำที่สูญหายจากโรงรับจำนำ รวมถึงผู้ที่ถือกุญแจตู้เซฟ ส่วนอีก 5 ปาก ซึ่งไม่มีส่วนกับช่วงเวลาวันหยุดยาว แต่จะทยอยเรียกสอบให้ครบทุกคน พร้อมทั้งติดตามพฤติกรรมทั้งหมดในช่วงเวลา 10 วันที่ผ่านมา และเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงรับจำนำ และกล้อง CCTV ศูนย์ควบคุมอาชญากรรม Real Time Crime Center ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง โดยทรัพย์สินที่หายไปเป็นทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบมูลค่าและจำนวนที่ชัดเจน

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ทั้งประเด็นพฤติกรรมติดการพนันออนไลน์ของพนักงานบางราย หนี้สิน เรื่องการเมืองท้องถิ่นของขั้วเก่าและขั้วใหม่ รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการภายในว่าหละหลวมหรือไม่ จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม เพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไป