หน้าแรก ภูมิภาค ชาวสวนทุเรียน...

ชาวสวนทุเรียนศรีสะเกษโอดอยู่ตรงแนวยิงไทย-กัมพูชา หวั่นปะทะรอบ 3

8.01.26 | 11:09 น.

ชาวสวนทุเรียนชายแดนหวั่นปะทะรอบ 3 ต้องอพยพหนี หลายต้นขาดน้ำแห้งตาย รัฐไม่ชดเชยให้ จ่ายให้แต่ต้นถูกระเบิด

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตามหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พบว่านอกจากบ้านเรือนที่พังเสียหายจากลูกระเบิดของกัมพูชาแล้ว สวนทุเรียนบริเวณชายแดนก็ได้รับผลกระทบด้วย ผู้สื่อข่าวไปเจอกับสวนทุเรียนอยู่ห่างจากชายแดนเพียง 2 กิโลเมตร เจ้าของสวนได้พาดูต้นทุเรียนถูกสะเก็ดระเบิด กิ่งหักพังเสียหาย บางต้นยืนต้นตาย

นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ อายุ 55 ปี เจ้าของสวนทุเรียนติดเขตชายแดนไทย- กัมพูชา กล่าวว่า สวนทุเรียนอยู่ตรงแนววิถีกระสุน ลูกกระสุนทั้งสองฝั่งระหว่างไทย-กัมพูชา จะยิงข้ามสวนทุเรียนไปมาตลอดทั้งการรบกันทั้ง 2 รอบ ในแต่ละรอบ ต้นทุเรียนถูกลูกระเบิด BM-21 เสียหายยืนต้นตาย ยังรู้สึกเป็นกังวลว่าจะเกิดเหตุยิงปะทะกันครั้งที่ 3 ที่ผ่านๆ มาต้องอพยพหนี กลัวว่าต้นทุเรียนจะเสียหายเพิ่ม ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังเริ่มออกดอกต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

นายสนองศักดิ์ กล่าวว่า พอหลังจบเหตุการณ์ยิงปะทะกันครั้งแรก ยังดีที่เก็บผลผลิตออกไปเกือบหมด เหลือเป็นบางต้นถูกแรงสั่นระเบิดทำให้ลูกทุเรียนตกลงมาเสียหาย แต่การปะทะรอบ 2 ต้องอพยพออกนอกพื้นที่ เป็นห่วงต้นทุเรียนมาก กลัวว่าขาดน้ำแล้วยืนต้นตาย ช่วงยิงปะทะกันเบาลงก็จะแอบเข้ามารดน้ำทุเรียนในตอนดึกหรือใกล้สว่าง แล้วก็รีบออกจากพื้นที่ไป ถ้าจะปล่อยทิ้งไว้ก็รู้สึกเสียดายเพราะลงทุนทำสวนไปเยอะ ถ้าปล่อยให้เสียหายไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร รัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยเหลือทุเรียนที่ขาดน้ำตาย ช่วยแต่ทุเรียนเสียหายจากการถูกลูกระเบิด

Advertisement

 

“ยิงกันครั้งแรก ต้นทุเรียนผมโดนลูกระเบิดแล้วยืนต้นตาย รัฐบาลชดใช้ให้ต้นละ 3,000 บาท ไม่คุ้มกับการลงทุน ทุเรียนต้นหนึ่งขายปีหนึ่งก็ได้นับหมื่นบาทแล้ว ปีที่ผ่านมาเก็บผลผลิตได้ล้านกว่าบาท ถ้าเกิดการปะทะครั้งที่ 3 เก็บผลผลิตไม่ได้ ความเสียหายมูลค่าเป็นหลักล้านบาท” เจ้าของสวนกล่าว