คดีพลิก! หนุ่ม อ้างถูกถีบจยย.ปล้น 5 หมื่น สุดท้ายสารภาพ สร้างเรื่องโกหกเมีย หลังใช้เงินหมดไม่มีเหลือ ตำรวจตั้งข้อหาแจ้งความเท็จ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ที่บริเวณริมถนน สกลนคร-นครพนม เขต อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร มีเหตุชาย ชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 30 ปี เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ลงข้างทาง ชุดกู้ชีพเทศบาลตำบลท่าแร่ พร้อมด้วย จนท.ตำรวจ สภ.โพนนาแก้ว ออกตรวจสอบเหตุ พบได้รับบาดเจ็บแผลถลอกตามร่างกาย ซึ่งอยู่พร้อมกับภรรยา และ นายสมศักดิ์ นามละคร กำนันตำบลนาแก้ว
จากการสอบถามในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่า นายเอ (นามสมมุติ) ผู้บาดเจ็บ อ้างว่า ได้ขี่รถ จยย.ไปกดเงินที่ตู้ ATM จำนวน 50,000 บาท พอมาถึงที่เกิดเหตุ ถูกชายฉกรรจ์ จำนวน 4 ราย พร้อมอาวุธปืน มีด ถีบรถ จยย.จนล้มลงหมดสติแล้วชิงกระเป๋าพร้อมเงินไป ขณะนั้นกู้ชีพได้มีการทำแผลซึ่งมีบาดแผลเล็กน้อยและนำตัวไปรักษา

ต่อมาในวันที่ 7 มกราคม ภายหลังจาก จนท.ตร.พนักงานสอบสวน สภ.โพนนาแก้ว ได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด สุดท้ายโอ้ละพ่อ นายเอ ยอมรับสารภาพว่า ไม่ได้ถูกปล้นจริง แต่สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่ออ้างกับภรรยาเพราะตนนำเงินไปใช้จนหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวไปพบกับ นายสมศักดิ์ นามละคร กำนันตำบลนาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ที่บ้านพัก บ.หนองกระบอก กล่าวว่า เมื่อได้รับแจ้งเหตุจาก นางบี (นามสมมุติ) ลูกบ้านซึ่งเป็นภรรยาของนายเอ ว่าอยากให้ไปตรวจสอบเหตุสามีถูกปล้นกระเป๋าเงินด้วยกัน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ของนายเอ จอดล้มอยู่ข้างทาง ส่วนนายเอบาดเจ็บเล็กน้อย จึงเรียกรถกู้ชีพมาช่วยปฐมพยาบาล แต่รู้สึกผิดสังเกตว่าทำไมนายเอไม่ยอมให้แจ้งเตำรวจ ตนจึงปรึกษากับนายอำเภอโพนนาแก้ว ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเป็นเหตุอุกอาจ
ต่อมาวันที่ 7 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานมาถึงตนว่าคดีพลิก นายเอได้มีการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อโกหกภรรยา เพราะนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นหมดแล้ว ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นภรรยานายเอได้ให้ ไปกดเงินเพื่อจะนำไปออกรถยนต์ไว้ใช้ในครอบครัว แต่เงินหมดซึ่งทราบมาว่าถูกถอนตั้งแต่เดือน พ.ค.68 จึงกุเรื่องขึ้นมาเพื่อไม่ให้ภรรยาจับได้ เมื่อภรรยาทราบถึงกับเครียดนอนโรงพยาบาลตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ ส่วนนายเอนั้นถูกแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งความเท็จเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ตนอยากขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าอย่าทำเลียนแบบ กรณีนอกจากจะสร้างความแตกตื่นให้กับคนในสังคมแล้ว ยังจะถูกดำเนินการทางกฎหมายไปด้วย.


