ตร.จับหนุ่มวัย 29 กอดคอ ลากเด็กหญิงวัย 14 เข้าบ้านร้าง ก่อนลวนลาม หลักฐานชัด แต่ยังปฏิเสธ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (9 มกราคม 2569) ร.ต.อ.ธีรรัฐ มีประเสริฐ รอง สว.สภ.มะเริง อ.เมืองนครราชสีมา ได้ควบคุมตัวนายคุณานนท์ หรือหลง อายุ 29 ปี เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณซอยภายในหมู่บ้านคอนอินทร์ หมู่ 4 ต.พะเนา อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค.69 นางเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ได้นำ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 14 ปี เข้าแจ้งความว่าถูกนายหลง ฉุดจากปากซอยข้างบ้าน เข้าไปพยายามข่มขืนกระทำชำเราในบ้านร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหายเพียง 50 เมตร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 ม.ค.69 ที่ผ่านมา โดยผู้เป็นแม่ระบุว่า บุตรสาวได้ขออนุญาตไปนั่งเล่นที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน จนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. กระทั่งพี่สาวของเด็กหญิงที่เพิ่งกลับจากทำงาน สังเกตเห็นความผิดปกติว่ามีชายสวมเสื้อสีชมพูกำลังกอดคอ และลากตัวน้องสาวเข้าไปในบริเวณบ้านร้าง ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร จึงรีบออกตามหาพร้อมกับมารดา
จากการสอบถามเพื่อนในกลุ่มของเด็กหญิง ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายคุณานนท์ หรือ “หลง” ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเพื่อนในกลุ่ม จนกระทั่งครอบครัวตามไปพบ ด.ญ.เอ ยืนอยู่กลางซอยในอาการมึนเมาสุรา และมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อสอบถามความจริง เด็กหญิงเล่าทั้งน้ำตาว่า ถูกนายหลงล็อกคอและบังคับลากเข้าไปในห้องน้ำหลังบ้านร้าง ก่อนจะลงมือกระทำอนาจารและพยายามขืนใจ แต่โชคดีที่นายหลงได้ยินเสียงพี่สาวมาตะโกนเรียกชื่ออยู่หน้าบ้าน จึงหยุดการกระทำและข่มขู่ ไม่ให้เด็กหญิงร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป
ต่อมานายโจ้ (นามสมมุติ) บิดาของเด็กหญิงเอ ทราบเรื่องด้วยความโกรธแค้นจึงรุดไปสอบถามนายหลง ถึงที่บ้านพัก แต่ฝ่ายผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธจนเกิดการปะทะคารม และทะเลาะวิวาทกันขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะเริง เจ้าของพื้นที่จะเข้าระงับเหตุ และควบคุมตัวนายหลงมายังสถานีตำรวจ เพื่อสอบสวนเบื้องต้น
โดย ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) เล่าว่า ตนได้เดินทางไปงานวันเกิดแฟนเพื่อน โดยที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้ร่วมงานด้วยแต่ตามมาภายหลัง เมื่อถึงเวลาเดินทางกลับ มีน้องของแฟนเพื่อนและผู้ก่อเหตุเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งตน แต่ระหว่างทางผู้ก่อเหตุ กลับฉุดตนเข้าไปภายในบ้านร้าง พร้อมกับซักถามชื่อของตน และถามว่าพ่อของตนขายรถได้ราคาเท่าไหร่ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงมือจับตัวไว้ ซึ่งในตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวมากว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก และตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องยังคงมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา
ด้านนายโจ้ (นามสมมุติ) บิดาของเด็กหญิงผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุลูกสาวคนโตได้โทรศัพท์ไปหาตน ขณะอยู่ที่ร้านของเพื่อนเพื่อแจ้งว่า น้องสาวถูกคนเมาฉุดกระชากตัวไปจากข้างบ้าน ลูกสาวคนโตจึงพยายามเดินตามไปในบ้านร้าง แต่หาไม่เจอ เนื่องจากเป็นมุมมืด เมื่อไปสอบถามญาติของผู้ก่อเหตุ ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่เห็น จนกระทั่งขับรถวนหา และได้เจอกับผู้ก่อเหตุ พร้อมกับลูกสาว ซึ่งจากหลักฐานพบว่ามีการฉุดลูกสาวตนลงมาจากรถ และลากตัวไป
โดยลูกสาวของตนนั้นเป็นเด็กพิเศษ ที่มีพัฒนาการช้า ที่ผ่านมาตนทราบว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ เคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้มาก่อน แต่เรื่องกลับเงียบหายไป เพราะมีญาติเป็นผู้นำท้องถิ่นถึง 2 คน ช่วยวิ่งเต้นเรื่องคดี ตนจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวเพื่อเตือนภัยสังคม และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยในตอนแรกผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ และเตรียมให้ผู้ใหญ่มาขอขมาตน แต่เมื่อเห็นว่าทางตนไม่ยอมความ และทางตำรวจนำตัวมาถึงสถานีตำรวจ ผู้ก่อเหตุกลับพลิกคำให้การปฏิเสธในภายหลังทันที
จากการสืบสวนพบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพ ขณะนายหลงทำการฉุด ด.ญ.เอ ไปจากปากซอยได้อย่างชัดเจน แม้ว่าในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายหลงจะยังให้การปฏิเสธในข้อหาข่มขืน โดยอ้างว่าเพียงแค่ฉุดไปลวนลามที่บ้านร้างแล้วปล่อยตัวไปเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว
เนื่องจากมีพยานแวดล้อมหลายคนยืนยันว่า เห็นผู้ต้องหาฉุดเด็กหญิงเข้าไปในบ้านร้างเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ยังระบุชัดเจนว่า อวัยวะเพศของ ด.ญ.เอ มีร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหาอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานและหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

