เมื่อวันที่ 10 มกราคม พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันนำตัว นายโฆษิต หรือหนุ่ม สินธุ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่โดยสาร ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ
โดยผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับ น.ส.อ้วน อายุประมาณ 30 ปีเศษ ใช้อาวุธมีดพกสั้น ก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ซึ่งภายหลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหลบหนีไป ส่วนคนขับรถแท็กซี่ (ผู้เสียหาย) ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ติดตามจนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ละแวกพื้นที่วัดน้อยนางหงส์ ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงได้เฝ้าสืบสวน ติดตาม กระทั่งเมื่อวันที่ 9 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบนายโฆษิต หรือหนุ่ม สินธุ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ ตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ และพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย อยู่ในความครอบครองของนายโฆษิต จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้
โดยนายโฆษิตหรือหนุ่ม ก็ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวจริง และจากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายยังพบว่ามีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นคือ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในอีกข้อกล่าวหาคือ “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ”
นายโฆษิต หรือหนุ่ม สินธุ ให้การว่า ตนอาศัยหลับนอนอยู่แถวๆ วัด ช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดรอบๆ บริเวณทั่วไป แล้วก็มีผู้หญิงชื่ออ้วน มาทำความรู้จัก มาพูดจาให้หลงเชื่อ ก่อนจะชวนมาก่อเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งตนก็เชื่อเพราะไม่มีเงินใช้จ่าย เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษคดีครอบครองยาเสพติด ส่วนแผนการทั้งหมดนั้นผู้หญิงเป็นคนวางแผน ตั้งแต่ไปรอเรียกแท็กซี่จากแถวๆ หน้าวัดโพธิ์แจ้ โดยทางหญิงสาวบอกว่า คนขับแท็กซี่แถวนั้นมีแต่ผู้สูงอายุ จากนั้นก็บอกให้มาส่งที่ตลาดทะเลไทย พอมาถึงจุดที่ก่อเหตุก็เป็นฝ่ายหญิงที่บอกให้ลงมือเพราะเป็นจุดที่มืดสนิท กระทั่งก่อเหตุแล้วฝ่ายหญิงก็บอกให้แยกย้ายกันวิ่งหนีข้ามสะพาน แล้วไปเจอกันที่ใต้สะพานอีกฟากหนึ่ง จากนั้นก็แบ่งเงินกันคนละครึ่งได้ไปแค่คนละ 70 กว่าบาทเท่านั้น
ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า คนก่อเหตุอยู่แถวๆ วัด ซึ่งคาดว่า น่าจะหลงเชื่อคำของผู้หญิงที่มาทำความรู้จักและยังตกลงว่าจะอยู่ด้วยกัน จนทำตามคำชวนให้ร่วมกันก่อเหตุเนื่องจากไม่มีเงิน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาอีกรายที่เป็นผู้หญิงนั้น อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

