หน้าแรก ภูมิภาค สุดเศร้า งานศ...

สุดเศร้า งานศพพยาบาลสาววัย 30 เสียชีวิตขณะทำงานเข้าเวรดึก พ่อเผยลูกสาวฝันเป็นพยาบาล

12.01.26 | 15:30 น.

บรรยากาศสุดเศร้า งานศพพยาบาลสาววัย 30 เสียชีวิตขณะเข้าเวรดึก พ่อเผยลูกสาวฝันเป็นพยาบาล แฟนหนุ่มเล่า สมาร์ทวอทช์ เคยขึ้นเตือนหัวใจเต้นผิดปกติ 

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่บ้านเหลังหนึ่ง ใน บ้านหัวฝาย ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานศพของน้องอีฟ น.ส.ยุภารักษ์ สุขวรรรณดี อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 2 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลร้อยเอ็ด บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีบรรดาญาติพี่น้องต่างก็ทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจ ที่ต้องสูญเสียน้องอีฟไปก่อนวัยอันควร โดยแม่ครัวต่างก็จัดเตรียมอาหารไว้สำหรับรอรับแขกที่เดินทางมา

นายสุวิทย์ อายุ 60 ปี พ่อของน้องอีฟ เล่าว่า เมื่อวาน (11 มกราคม) เป็นวันเลือกตั้ง อบต. แม่ของน้องอีฟไปเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ส่วนตนเองเป็นพ่อค้าขายปลาทู ก็ได้เตรียมปลาทูเพื่อออกจำหน่ายที่ตลาดเย็นซึ่งเป็นตลาดชุมชนของหมู่บ้าน แม่ของน้องอีฟโทรศัพท์มาบอกว่า อีฟเป็นลมในห้องน้ำของโรงพยาบาล ตนก็คิดว่าไม่มีอะไร จากนั้นทางแฟนของน้องอีฟก็โทรศัพท์มาบอกอีกว่า ยังปั๊มไม่ขึ้นเลย ทำให้ตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ก็ได้รีบไปที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดพร้อมกับญาติๆ รวม 4 คน

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลทางคุณหมอที่ดูแลอยู่ก็ให้ตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป จะให้หยุดปั๊มหัวใจหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ตนเองทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้อย่างเดียว ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ เพราะลูกสาวไม่มีโรคประจำตัว ที่ผ่านมาลูกเคยมาบ่นให้ฟังว่าเหนื่อย ขึ้นเวรเหนื่อยมาก แต่พ่อก็บอกไปว่า หนูเลือกทางเดินของหนูเอง น้องอีฟเป็นพยาบาลตั้งแต่ปี’61 แต่เพิ่งย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 น้องอีฟมีพี่ชาย 1 คน ไปมีครอบครัวที่ขอนแก่น น้องอีฟถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะน้องดูแลพ่อแม่ และยายแก่ๆ อีก 1 คน เงินที่ส่งน้องอีฟเรียนพยาบาล พ่อก็ไปกู้มาจากธนาคาร เป็นเงินประมาณ 700,000 บาท และตอนนี้ก็ยังเป็นหนี้ กยศ.อีกประมาณ 200,000 บาท ยังใช้หนี้ไม่หมดเลย ส่วนปลาทูเมื่อวานนี้ที่ทำไว้เพื่อเตรียมขาย 300 เข่ง ก็ไม่ได้ขาย วันนี้ก็ต้องเอามาทำกับข้าวเลี้ยงแขก เป็นพวกป่นปลาทู เป็นขนมจีนน้ำยากะทิปลาทูแทน

ด้าน นางเกศราภร อดีตพยาบาล และเป็นป้าของน้องอีฟ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ของน้องอีฟที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ขณะขึ้นเวรดึก ในส่วนของตนคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากภาระงานที่มากขึ้น น้องทำงานดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก ด้วยงานที่เพิ่มขึ้น แต่สวนทางกับค่าตอบแทนที่ได้รับจากภาครัฐ ซึ่งพยาบาลค่าตอบแทนยังน้อยอยู่ อยากให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข ดูแลเรื่องค่าตอบแทนให้สูงขึ้นกว่านี้ เหมาะสมกับภาระงานที่เค้าได้รับ ก็จะเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน นอกจากเรื่องค่าตอบแทนแล้ว ก็ยังมีเรื่องของความก้าวหน้าในวิชาชีพ เพราะว่าตำแหน่งชำนาญการพิเศษมีน้อยมาก

Advertisement

น้องอีฟรักที่จะเป็นพยาบาล เลือกที่จะเรียนพยาบาล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งน้องเป็นเสาหลักของครอบครัว อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข มองในกรณีที่มีการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อยากให้มีค่าตอบแทน หรือปูนบำเหน็จแบบทหาร ก็อยากให้พิจารณาด้วย โดยทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่ดูแล ช่วยเหลือน้องอีฟ อย่างสุดความสามารถแล้ว

ด้าน ส.อ.ศิวกร แฟนของพยาบาล กล่าวว่า ปกติแล้วแฟนจะใส่ Apple watch นอน ซึ่งก็จะมีการเตือนขึ้นมาว่า อัตราการเตือนของหัวใจต่ำกว่า 40 ครั้งต่อนาที ซึ่งเริ่มมีอาการมาประมาณเดือนพฤศจิกายน ตนก็คอยเตือนเคยถามอาการ ซึ่งโดยรวมก็คือปกติ ไม่เคยได้ยินว่า เวียนหัว ปวดหัว แฟนก็เลยจะถอดนาฬิกาออกตอนนอน

ในวันเกิดเหตุ แฟนไปขึ้นเวรดึกตอนเที่ยงคืน ก่อนจะไปทำงาน แฟนก็บอกว่าไปทำงานแล้วนะ ครั้งสุดท้ายที่ติดต่อกันคือ แฟนทักแชตมาตอนตี 2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก กระทั่งมาทราบข่าวในช่วงเช้า เวลา 08.40 น.

แฟนไม่เคยบ่นให้ฟังว่าทำงานหนัก จะมีก็แค่พอลงเวรมาก็บอกว่าง่วงนอน เวลาชวนกินข้าวก็จะบอกว่าให้รีบกินข้าว เสร็จแล้วจะรีบกลับมานอน เพื่อที่ว่าจะได้ไปต่อเวรบ่าย ก็คือ พอลงเวรดึกมา 8 โมงเช้า ก็ไปกินข้าว เสร็จแล้วก็กลับมานอน เพื่อที่จะไปต่อเวรบ่ายตอน 4 โมงเย็น ถ้ามีเวลาจะเลือกการนอนมากกว่า

ตนกับแฟนคบกันมาตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2565 สิ่งที่เกิดขึ้นอยากให้มีการทบทวนเรื่องของการขึ้นเวรของพยาบาล เพราะว่าบางทีลงเวร 8 โมงเช้า แต่กว่าจะส่งเวรเสร็จ ก็กินเวลาไปเกือบ 9 โมง พักผ่อนแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องไปขึ้นเวรอีกตอน 4 โมงเย็น แสดงว่าต้องตื่นอย่างช้า บ่าย 3 อาบน้ำ แต่งตัว เพราะ 4 โมงเย็น ต้องไปถึงที่หวอดแล้ว ระยะเวลาการพักผ่อนจริงๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมง