‘โคราช’ผนึกกำลังชู 4 กฎเหล็กสู้ฝุ่น ค่าพีเอ็ม2.5พุ่งเกินมาตรฐาน เริ่มแล้วเผาหญ้าก่อนทำนาไหม้ลามทุ่ง
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสร้างการรับรู้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุม รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ลดปัญหามลพิษทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้สถานการณ์ และระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาฝุ่นสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม และการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหา

นายวิจิตรกล่าวว่า ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐบาลได้ยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ โดยในปี 2569 นี้ โดยเน้นย้ำมาตรการเชิงรุกที่สำคัญ 4 ด้าน คือ 1.มาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร มุ่งเน้นสนับสนุนเครื่องจักรเพื่อทำการเกษตรปลอดการเผา และกำหนดให้โรงไฟฟ้าชีวมวลรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างน้อยร้อยละ 5 รวมถึงปรับปรุงระเบียบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถสนับสนุนงบประมาณกำจัดเศษวัสดุการเกษตร และมาตรการควบคุมอ้อยไฟไหม้เข้าสู่โรงงานน้ำตาลอย่างเข้มงวด
2.มาตรการจัดการไฟในพื้นที่ป่า โดยจัดทำแผนที่เสี่ยงไฟป่าในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเฝ้าระวัง 3.มาตรการควบคุมฝุ่นในเขตเมือง ยกระดับมาตรฐานควันดำรถยนต์ ดีเซลจากไม่เกินร้อยละ 30 เหลือไม่เกินร้อยละ 20 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมร่วมกับภาคเอกชน จัดแคมเปญตรวจสภาพรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และไส้กรองอากาศ 4.มาตรการจัดการหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะมาตรการงดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีกระบวนการเผา ซึ่งเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2569 ตามเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก หรือ WTO
“ปัญหา PM2.5 ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะเปลี่ยนจากการเผาเป็นการสร้างมูลค่า เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานและทั่วประเทศ” นายวิจิตรกล่าว

วันเดียวกัน น.ส.มาลัย สมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านส่วย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้หญ้าแห้งกำลังลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านส่วย ต.ในเมือง อ.พิมาย จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมแจ้งนายก้องเกียรติ วิชชาพิณ นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย ร่วมตรวจสอบ และประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลพิมายเข้าฉีดน้ำสกัดไฟไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง

จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ ประดิษฐจา อายุ 65 ปี ผู้เผาหญ้าแห้ง กล่าวว่า ตนเผาหญ้าแห้งในที่นาของตน เพื่อไถนาปลูกข้าว แต่มีลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โชคดีที่รถดับเพลิงฉีดน้ำสกัดไว้ทันก่อนลุกลามไปเข้าหมู่บ้าน
ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) รายงานค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่า อยู่ที่ 46.3 ไมโครกรัม ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว จึงแจ้งเตือนประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและห้ามเผาทุกชนิด


