เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ หมู่ 6 ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ได้จัดงานประเพณีนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์และบุญบั้งไฟ ขึ้นระหว่างวันที่ 5-14 พ.ค.60 อันเป็นการสืบสานประเพณีชาวลาวพวนที่ถูกกวาดต้อนมาจากประเทศลาวตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และผสมผสานเป็นวิถีพื้นบ้าน โดยปรากฏเป็นหลักฐาน สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสต้นมณฑลปราจีน เสด็จดงศรีมหาโพธิ์นมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อ พ.ศ.2451 พระองค์ได้ทรงกล่าวถึงเรื่องดงศรีมหาโพธิ์ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และการจุดบั้งไฟไว้ได้มีการกล่าวถึงงานประเพณีนี้
ปัจจุบันยังมีการสืบทอดประเพณีนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์-บุญบั้งไฟ แต่จากที่กำหนดจุดบั้งไฟในวันที่ 10 พ.ค. นี้ ได้ถูกคำสั่ง คสช.ห้ามจุด สืบเนื่องจากปราจีนบุรียังไม่มีประกาศจังหวัดในเรื่องดังกล่าว ทาง อ.ศรีมโหสถ จึงไม่สามารถจุดบั้งไฟได้ตามที่เสนอก่อนหน้านี้

ร้อยตรีราชา แย้มนิล ผบ.หมวดชุดรักษาความสงบ อ.ศรีมโหสถ พร้อมกำลังรวม 3 นาย ได้เข้าพบพระครูภาวนา มหาโพธิ เจ้าอาวาสวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ชี้แจงว่า ขอให้แจ้งชาวบ้านให้เข้าใจและทราบว่าทางราชการไม่สามารถอนุญาตให้มีการจุดบั้งไฟในวันที่ 10 พ.ค. นี้ โดยมีชาวบ้านที่รู้ข่าวเกือบ 10 คนมาร่วมรับฟังคำตอบ
ร้อยตรีราชา กล่าวว่า “การที่ไม่อนุญาตให้จุดบั้งไฟนี้ หัวหน้า คสช.ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและการปล่อยบั้งไฟ โดยมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2559 ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟขึ้นสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่ โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตของนายอำเภอแห่งท้องที่ ให้เป็นไปตามประกาศของจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี ยังมิได้จัดทำประกาศจังหวัด และกระทรวงมหาดไทย ได้เคยสั่งการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่าจังหวัดใดยังมิได้จัดทำประกาศจังหวัด ห้ามมิให้นายอำเภอสั่งอนุญาตโดยเด็ดขาด”

นางบุญส่ง บุญรักษ์ อายุ 78 ปี บ้านหนองจิก หรือ บ้านต้นโพธิ์ หมู่ 6 ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า รู้สึกสงสัยที่มีคำสั่งการห้ามจุดบั้งไฟ เมื่อเป็นคำสั่งห้ามก็ต้องทำตามกฎกติกากัน คงเว้นการจุดบั้งไฟไป 1 ปี

