สธ.เผยเหตุเครนทับรถไฟเสียชีวิตแล้ว 31 ราย อีก 3 รายยังหาร่างไม่พบ เร่งนำรถเครนยกซากรถไฟออกเคลียร์เส้นทางวิ่ง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 มกราคม กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานยอดสรุปผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตจากเหตุโครงสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟโดยสาร อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ณ เวลา 16.30 น. มีผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน 31 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ 30 ราย และเสียชีวิตระหว่างส่งต่อ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ จำนวน 64 ราย แบ่งเป็น ระดับสีแดง 7 ราย สีเหลือง 19 ราย และสีเขียว 38 ราย โดยมีผู้ที่กลับบ้านได้แล้ว 53 ราย คงเหลือรักษาในโรงพยาบาล 11 ราย
ขณะที่ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง พังทับขบวนรถไฟ ซึ่งโครงการก่อสร้างช่วงดังกล่าว เป็นงานโยธิการ สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ภายใต้สัญญาก่อสร้างไฮสปีด ไทย-จีน สัญญาที่ 3-4 ดำเนินการโดยบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ณ เดือนธันวาคม 2568 ก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 99.54 % แต่กลัยเกิดเหตุเครนยักษ์ถล่มลงมาทับขบวนรถด่วนดีเซลราง ปรับอากาศ ขบวนที่ 21 ที่ออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัตน์ มุ่งหน้า สถานีอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้โดยสารมากับขบวนนี้ จำนวน 171 คน และเจ้าหน้าที่รถไฟ อีก 5 คน รวม 176 คน

โดยหลังจากทีมวิศวกรโครงการก่อสร้างฯ ได้เข้าตรวจสอบไซต์งานบริเวณจุดเกิด พร้อมกับยืนยันสภาพโครงสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง บริษัทรับเหมาฯ ได้นำรถเครนขนาดใหญ่ จำนวน 3 คัน มายกซากโบกี้รถไฟที่ถูกเครนถล่มลงมาทับจนบี้แบน พร้อมกับยกโบกี้ที่ตกรางออกจากทางรถไฟ เพื่อเคลียร์ทางให้สามารถเปิดสัญจรได้โดยเร็วที่สุด และทีมกู้ภัยฯ จากหลายแห่งได้ระดมกำลัง จัดทีมเข้าค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในโบกี้ที่ 2 ทันทีท่ามกลางเศษซากความเสียหาย

โดยเวลา 16.30 น. หลังจากการค้นหาภายในซากโบกี้รถไฟ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รายงานความคืบหน้าว่า พบร่างผู้เสียชีวิตรวม 29 ราย สูญหาย 5 ราย ซึ่งรายชื่อผู้เสียทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากร่างของผู้เสียชีวิตแต่ละรายมีสภาพแหลกเหลว ชิ้นส่วนร่างกายสูญหาย บางรายถูกไฟครอกจนไหม้เกรียม อีกทั้งเอกสารยืนยันตัวตนสูญหายหรือเสียหายจากเหตุสลดที่เกิดขึ้น จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์ให้เรียบร้อยก่อน จึงสามารถระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครบ้าง ซึ่งเวลา 17.00 น.วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาจุดเกิดเหตุ มาดูการเก็บกู้และเยี่ยมบาดเจ็บ
ด้าน “ลุงต้อ” ผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นคนที่วิ่งเข้าไปช่วยเหลือเป็นคนแรกๆ บอกว่า “ขณะช่วงที่เกิดเหตุนั้นตนกำลังนั่งเชื่อมเหล็กอยู่ที่บ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงเครนดังขึ้น พร้อมกับได้เสียงดังโคร่มและมีฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นและไฟก็เริ่มไหม้ ตนจึงรีบวิ่งออกมาที่รถไฟเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสาร ซึ่งพอมาถึง ก็เห็นมีผู้โดยสารเสียชีวิตแล้วประมาณ 3 ราย ตนเห็นเด็กร่างติดกับเบาะรถไฟจึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือ จากนั้น ก็ได้ยินเสียงแม่ของเด็ก ตะโกนบอกว่า “ไม่ต้องห่วงหนู ช่วยลูกหนูก่อน” ตนจึงได้รีบนำเด็กออกมาก่อน และกลับเข้าไปช่วยแม่ของเด็กอีกครั้ง ซึ่งทั้งแม่และเด็กปลอดภัยทั้งคู่ แต่ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายนั้น ตนไม่สามารถช่วยออกมาได้ทัน เนื่องจากตู้โดยสารนั้นเกิดไฟไหม้ ซึ่งตนเห็นผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายถูกไฟครอกร่างต่อหน้าต่อตา และตนก็เห็นผู้โดยสารที่อยู่ตู้ที่ 1 วิ่งหนีกันอลหม่าน ตนจึงตะโกนบอกว่า ให้หนีก่อน ไม่ต้องห่วงสิ่งของที่ติดอยู่ที่รถไฟ เพราะเกรงว่า ไฟจะลามจากตู้ 2 ไปยังตู้ที่ 1
โดยอัพเดตล่าสุด ณ เวลา 16.45 น. กู้ภัยฯ พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตเป็น 31 รายแล้ว และยังมีอีก 3 ราย ที่ยังหาร่างไม่พบ
ล่าสุด มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย บาดเจ็บ 67 คน จากผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน

