เปิดจุดหักเหบ้านห้วยม่วง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่มาเป็นพื้นที่ต้นแบบพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริ ในวาระเทิดพระเกียรติ 100 ปี ชาตกาล ร.9
เมื่อวันที่14 มกราคม นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการสถาบัน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันและคณะ ได้ลงพื้นที่บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการการพัฒนาในพื้นที่ต้นแบบบูรณาการ การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ วาระการเทิดพระเกียรติ 100 ปี ชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ในพ.ศ. 2570 ที่จุดจัดกิจกรรมบริเวณพื้นที่สระหนองบัว บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่


นายกฤษฎาและคณะได้พบปะและแลกเปลี่ยนร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพการเกษตร ทั้งกิจกรรมเกษตรมีเพาะเห็ด,ผักอินทรีย์ และไม้ดอก ,กิจกรรมด้านประมง ,กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และการวางแผนพัฒนาอ่างห้วยม่วง

ทั้งนายสำราญ ทวีพันธ์ พ่อหลวง(ผู้ใหญ่บ้าน)และ นางหอมไกร โสภามี แกนนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพการเกษตร ได้สะท้อนถึงจุดหักเหที่ทำให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองได้ในระดับครัวเรือนด้วยปลูกเห็ด ผักอินทรีย์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาและปลูกไม้ดอก ว่า
“อยากรวย เห็นคนปลูกส้มแล้วรวย จึงอยากทำตามคนอื่นจะได้รวยบ้าง แต่ปรากฎว่าตัวเองไม่มีความรู้ ไม่มีเงินต่อยอด ต้องใช้สารเคมีในสวนส้มเยอะเพื่อให้ได้ผลผลิตดี สิ่งที่เกิดตามมาสุขภาพไม่ดีต้องไปหาหมอ ไม่สามารถทำสวนส้มต่อได้ ประกอบกับเกิดวิกฤตภัยแล้งไม่มีน้ำทำการเกษตร” นางหอมไกรกล่าว
ต่อมาจึงนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และน้อมนำหลักการทรงงานในหลวงรัชกาลที่9แก้ปัญหา และมีหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาเข้าทำงานในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการเลี้ยงปลาดุกในกระชัง จากความร่วมมือคณะประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และการดูแลปรับปรุงดินโดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปลูกผัก ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง เลี้ยงสัตว์และทำการประมง เกิดความปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ในส่วนสถาบันปิดทองหลังพระได้ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมประสาน โดยนำองค์ความรู้และหน่วยงาน สนับสนุนการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่
“ดีใจ ตื้นตันใจมาก ไม่คิดเลยว่าบ้านเราจะมาไกลถึงขนาดนี้ได้ มีหน่วยงานรัฐเข้ามาแนะนำให้ความรู้ ขอบคุณ”พ่อหลวงสำราญกล่าว

นายจันทร์ติบ แยงเตย กล่าวว่า ดีใจที่บ้านห้วยม่วงได้เป็นโครงการต้นแบบการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ วาระการเทิดพระเกียรติ 100 ปี ชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ทุกวันนี้นอกจากทำนาแล้ว ก็เลี้ยงไก่ ที่นายอำเภอมามอบให้ เก็บไข่ขายมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น



นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ชาวบ้านอยากมีรายได้ จากการทำสวนส้ม ทำได้ระยะหนึ่งรู้ว่าในร่างกายมีสารเคมี สุขภาพไม่ดี จึงใช้แนวพระราชดำริหลักการทรงงานมาแก้ไขปัญหาของตนเองโดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกัน ระเบิดจากข้างใน การมีส่วนร่วม การใช้ความรู้ ได้พัฒนาต่อยอด
โดยใช้ ระบบผู้นำคือพ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน)ร่วมกับผู้นำกลุ่ม และ การเชื่อมโยงกลุ่มผู้สูงอายุกับคนรุ่นใหม่ ในการหาอาชีพทางเลือกโดยใช้ฐานทรัพยากรในหมู่บ้าน มีการพัฒนาเรื่องอาชีพต่างๆทำตามลำดับขั้นตอน ของในหลวงรัชกาลที่9 นั่นคือ อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน ในแต่ละเรื่อง ทั้ง ทำนาข้าว,เพาะเห็ด,ทำประมงเลี้ยงปลา ,เลี้ยงไก่ไข่,ปลูกผักปลอดสารพิษ,ไม้ดอกเมืองหนาว
นายณัฐพงศ์กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาได้ทำตามหลักการพัฒนาชนบทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อให้ทำการเกษตรได้ทั้งปี ,การปรับปรุงดิน ,การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่, การให้ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ,การรวมกลุ่ม และการตลาดนำการผลิต
โดยชาวบ้านมีการวางระบบและกลไกในการทำงานร่วมกับส่วนราชการ และระบบการทำงานของคนในหมู่บ้านมีลักษณะเน้นการพึ่งพาตนเองก่อน และการแสวงหาความรู้หรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกมาเติมเต็ม สร้างระบบการทำงานที่มีส่วนร่วม ขยัน ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ แบ่งงานกันทำ มีคุณธรรม ปรากฎว่า ผลพลอยได้ผลิตทางเกษตรจากสิ่งแวดล้อมที่ดี มีหลากหลายเช่น ผึ้ง น้ำผึ้ง น้ำอ้อย
“จุดเด่นอีกอย่างหมู่แห่งนี้คือคนรุ่นใหม่ใส่ใจรักบ้านเกิด ร่วมพัฒนา เช่นกลุ่มดอกไม้ ผัก “แม่ปลูก ลูกขาย” และเป้าหมายสุดท้ายของชาวบ้านไม่ได้เน้นความร่ำรวย แต่เน้นการที่คนในหมู่บ้านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และไม่ว่าจะมีวิกฤตใดๆเกิดขึ้นชาวบ้านอยู่รอดได้ เป็นFood Bank (ธนาคารอาหาร)”นายณัฐพงศ์กล่าว



