หน้าแรก ภูมิภาค อากาศหนาวจัดพ...

อากาศหนาวจัดพ่นพิษลิ้นจี่แม่กลองดอกดำร่วง-น้ำหวานน้อยจนผึ้งหนี

15.01.26 | 09:45 น.

สภาพอากาศหนาวต่อเนื่อง ชาวสวนแม่กลองชี้กระทบลิ้นจี่ ดอกดำร่วง-น้ำหวานน้อยจนผึ้งหนี คาดผลผลิตปีนี้ออกน้อยลง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นายสุพรรณ์ สมหมาย เกษตรอำเภออัมพวา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์สวนลิ้นจี่ในพื้นที่อำเภออัมพวา มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 2,248 ไร่ พบว่าขณะนี้ลิ้นจี่ออกดอกแล้ว 601.3 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 26.75 พบว่า จากสภาวะอากาศหนาวเย็นจัดต่อเนื่อง ส่งผลให้ดอกลิ้นจี่ที่กำลังจะบานได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีอาการแห้ง กลายเป็นดอกดำและร่วงหล่น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในสวน

ยังพบว่า อากาศที่เย็นจัดต่อเนื่องทำให้ลิ้นจี่ผลิตน้ำหวานได้น้อยลง ส่งผลให้ผู้เลี้ยงผึ้งที่นำผึ้งมาลงในสวนลิ้นจี่กว่า 3,000 ลัง เพื่อช่วยผสมเกสร ทยอยยกลังกลับเกือบหมด

นายอุบล คุ้มล้วนล้อม เจ้าของสวนลิ้นจี่ ในพื้นที่ ม.3 ต.เหมืองใหม่ กล่าวว่า ปลูกลิ้นจี่ไว้ประมาณ 120 ต้น ปีนี้มีลิ้นจี่ออกดอกเพียงประมาณ 20-30 ต้นเท่านั้น ที่ผ่านมามีลักษณะหนาวสลับร้อนในช่วงที่ดอกลิ้นจี่กำลังจะบาน ทำให้ดอกบานไม่เต็มที่ หรือดอกอั้น หากหนาวนานเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อการติดลูก

Advertisement

คาดว่าปีนี้ลิ้นจี่ในพื้นที่อาจมีผลผลิตไม่มากนัก lj;oสวนนี้คาดว่าจะติดจริงเพียงร้อยละ 18-19 เท่านั้น และยังต้องลุ้นช่วงที่ต้นจะสลัดลูกทิ้งอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่ นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ภาพรวมของจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั้งหมด 5,087 ไร่ ขณะนี้มีพื้นที่ออกดอกรวม 1,154.82 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 22.70 ความเชื่อที่ว่าอากาศเย็นส่งผลดีต่อลิ้นจี่นั้นไม่เป็นความจริงเสมอไป หากเย็นต่อเนื่องนานเกินไปหลังจากออกดอกแล้วจะทำให้ดอกบานเร็วแต่น้ำหวานน้อย

ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรว่า ในช่วงที่ลิ้นจี่ติดดอกควรช่วยดูแลเรื่องการผสมเกสร โดยการรดน้ำเพื่อทำความสะอาดช่อดอก ล้างเช้า รา และสร้างความชื้นเพื่อช่วยในการผสมเกสร รวมถึงขอความร่วมมือเกษตรกรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยของผึ้งที่จะเข้ามาช่วยผสมเกสรตามธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าปีนี้แม้จะมีลิ้นจี่ให้ได้รับประทานแต่จะมีปริมาณไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา