หน้าแรก ภูมิภาค ภรรยาผู้รอดชี...

ภรรยาผู้รอดชีวิต รอรับศพสามี หลับตาลงยังเห็นภาพเครนตกใส่รถไฟ แพทย์เผย อีก 2 รายยังโคม่า

15.01.26 | 16:30 น.

ผู้ว่าฯโคราช เหมาก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงญาติผู้เสียชีวิต เหตุเครนถล่มใส่รถไฟ ญาติผู้เสียชีวิตลั่นต้องมีคนรับรับผิดชอบ นายแพทย์ สสจ.เผยผู้บาดเจ็บสีแดงอาการดีขึ้น เหลือเพียง 2 รายที่ยังโคม่า ขณะที่หอการค้าจังหวัดเปิดโรงแรมให้ญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บพักฟรี

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่บริเวณห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ที่ อ.สีคิ้ว ยังคงเฝ้ารอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนใหญ่นั้นมากันตั้งแต่เช้า โดยนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม และเหมาก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงญาติผู้เสียชีวิตที่เดินทางมารอรับศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ขณะเดียวกัน หลายภาคส่วนยังให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และโรงแรมวีวัน โคราช จัดห้องพักจำนวน 20 ห้อง ให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บพักอาศัยฟรีระหว่างรอติดต่อขอรับศพ และเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ

นางแต๋ว ภรรยาของ นายเฟรดดริก วิลเฮม ชาวเยอรมนี ซึ่งทั้งคู่ได้ขึ้นรถไฟขบวนดังกล่าวด้วย แต่นางแต๋วสามารถรอดชีวิตมาได้ มีบาดแผลฟกช้ำบนใบหน้า ส่วนสามีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

Advertisement

นางแต๋วบอกว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อจะดูศพสามี แต่คาดว่าน่าจะยังไม่ได้นำร่างสามีออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากต้องรอให้ลูกสาวเดินทางมาจากเยอรมนีอย่างน้อยก็ 2 สัปดาห์ ซึ่งได้วางแผนเอาไว้ว่าจะไม่นำร่างสามีกลับไปเยอรมนี แต่จะจัดงานศพที่ประเทศไทยเลย

นางแต๋วยังบอกอีกว่า ตอนนี้ยังคงทำใจไม่ได้ ยังคงเห็นภาพสามีที่เสียชีวิตภายในตู้รถไฟยังคงตามมาหลอกหลอน หลับตาลงทีไรก็ยังเห็นภาพนั้นทุกที

นางแต๋ว (หญิงเสื้อชมพู)

ด้าน นางเจียม ญาติที่เดินทางมาพร้อมนางแต๋ว บอกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นควรจะมีการรับผิดชอบ เนื่องจากตนเคยทำงานก่อสร้างมาก่อน รู้ดีว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความสะเพร่าของพนักงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานพื้นที่นั้น

นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่นิติเวชและกองพิสูจน์หลักฐานได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ในการชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 32 ราย และยังมีชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตอีกประมาณ 6 ราย ที่ยังคงต้องรอพิสูจน์อัตลักษณ์ เบื้องต้นสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุตัวตนทั้งชื่อและนามสกุลได้แล้ว 13 ราย ส่วนที่เหลือที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้นั้น จะต้องเข้าสู่กระบวนการการตรวจพิสูจน์ขั้นสูงโดยการตรวจดีเอ็นเอจากญาติสายตรงที่เดินทางมารับศพผู้เสียชีวิต

นพ.วิชาญกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้แล้วนั้น จ.นครราชสีมา จะนำร่างไปส่งยังภูมิลำเนาโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ซึ่งก็แล้วแต่ความประสงค์ของทางญาติว่าจะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปเองหรือไม่อย่างไร ในส่วนของผู้บาดเจ็บรุนแรงทั้งหมด 11 ราย อยู่ในอการปลอดภัยเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง 2 รายที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ยังไม่พ้นขีดอันตราย อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด