หน้าแรก ภูมิภาค แม่ร่ำไห้กินไ...

แม่ร่ำไห้กินไม่ได้นอนไม่หลับ รอรับร่างลูกสาว เหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ กลับบ้านเกิด

15.01.26 | 19:16 น.
รถไฟ

แม่ร่ำไห้กินไม่ได้นอนไม่หลับ รอรับร่างลูกสาว เหยื่อเครนทับรถไฟ กลับบ้านเกิด

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง พังถล่มทับขบวนรถไฟที่ บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังมุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดช่วงสายของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีหญิงสาว 1 รายที่เสียชีวิตเป็นชาว จ.อุดรธานี ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.เปรมประภาภร หรือแจ๋ว อายุ 46 ปี ชาว ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยหลังจากยืนยันตัวตนในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายศพกลับภูมิลำเนา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 112 ม.9 บ.หม้อ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ส.เปรมประภาภร ศรีสุธรรม หรือแจ๋ว ผู้เสียชีวิต พบกับ นางผ่อน ศรีสุธรรม อายุ 67 ปี แม่ของ น.ส.เปรมประภาภร ที่กำลังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ มีญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันมาให้กำลังใจนางผ่อนที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป โดยมีเจ้าหน้าที่จาก อบต.เตาไห มาตั้งเต็นท์และเก้าอี้ ไว้รอการประสานข้อมูล และรับการช่วยเหลือเบื้องต้น และชาวบ้านบางส่วนได้ไปจัดเตรียมสถานที่จัดงานสวดพระอภิธรรม ที่ฌาปนสถานของหมู่บ้าน

นางผ่อนให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวนั่งรถไฟกำลังจะไปงานศพแม่สามี ที่ จ.ศรีสะเกษ เขานั่งไปกับภรรยาของน้องชายสามี ประมาณ 09.00 น. คนในหมู่บ้านที่ตนฝากข้าวสาร 4 กระสอบ ไปให้ลูกสาวที่กรุงเทพฯ โทรมาบอกตนว่าลูกสาวไม่รับโทรศัพท์ โทรติดแต่ไม่รับ ตอนนั้นตนผิดสังเกตและใจไม่ดี จึงโทรไปหาสามีของลูกสาว เขาก็บอกว่ากำลังจะไปจุดเกิดเหตุ ตนถึงรู้ว่ามีอุบัติเหตุกับรถไฟ รออยู่นานสามีเขาก็บอกคงจะหมดหวัง ลูกสาวน่าจะเสียชีวิตแต่ยังไม่พบศพ จนช่วงเย็นถึงสามารถระบุตัวตนลูกสาวได้ ปกติจะโทรคุยกับลูกสาวทุกวัน คุยกันล่าสุดคืนก่อนเกิดเหตุ คุยกันเรื่องรอรับข้าวสารที่ส่งไป และคุยเรื่องงานศพของแม่สามี

Advertisement

หลังจากรู้ว่าลูกจากไปแล้ว ตนถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เสียใจมากจนกินอะไรไม่ลง ตนมีลูก 3 คน ชาย 2 หญิง 1 น.ส.แจ๋วเป็นคนกลาง แต่เสียลูกชายคนโตไปนานหลายปีแล้ว เหลือกันแค่นี้ แต่ก็ต้องมาเสียลูกสาวไปอีกคน

น.ส.แจ๋ว ไปทำงานโรงงานพลาสติกที่กรุงเทพฯตั้งแต่ยังสาว นานกว่า 30 ปีแล้ว มีสามีเป็นชาว จ.ศรีสะเกษ มีลูกสาว 2 คน เรียนจบมีงานทำกันหมดแล้ว ลูกสาวจะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี โดยเฉพาะวันขึ้นปีใหม่ ลูกสาวเพิ่งมาเยี่ยมบ้านเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. และกลับไปทำงานเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา

นางผ่อนให้ข้อมูลอีกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างนำศพลูกกลับมาบ้าน คาดว่ารถของอาสากู้ภัยจะมาถึงประมาณเที่ยงคืน และจะนำศพลูกสาวไปไว้ที่ฌาปนสถาน ยังไม่รู้ว่าจะสวดศพกี่วัน ต้องรอสามีและลูกๆ ของเขาก่อน ค่อยปรึกษากันอีกที

ส่วนเงินช่วยเหลือตนไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย จะได้เท่าไหร่มันก็ไม่สำคัญ ชีวิตลูกสาวสำคัญที่สุด อยากบอกลูกสาวว่า “ให้ไปอยู่ภพภูมิที่ดี อย่าให้ลูกลำบาก อยากให้ลูกไปอยู่บนสวรรค์ ไปเป็นนางฟ้า ไม่ให้มีอะไรติดขัด ไม่ต้องมาคิดกับแม่อีกแล้ว และแม่จะคอยดูแลลูกสาวให้ เพราะยังไม่เป็นหลักเป็นฐานอะไร”