เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 9 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ติดตามการขยายผลการจับกุม นายสัมฤทธิ์ ยะไวย์ ชาวบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พร้อมยาบ้าของกลาง 830,000 เม็ด ได้ที่จุดตรวจสกัดกั้นยาเสพติด ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน มี พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ควบคุมดูแลงานปราบปรามยาเสพติด) พ.ต.อ.ไชยา สุนทรกิจ รอง ผบก.สส.บช.ภ.7 (ดูแลการปราบปราบยาเสพติด) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ทั้งของตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ และ นครปฐม เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าในการขยายผลถึงโครงข่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม โดยใช้เวลากว่า 1 ชม.
หลังการประชุม รอง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อติดตามการขยายผล เครือข่าย ขบวนการค้ายาเสพติดของนายสัมฤทธิ์ และเส้นทางการเงินที่นายสัมฤทธิ์เกี่ยวข้อง โดยในชั้นนี้ยังเป็นชั้นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ หรืออาจเปิดได้เพียงบางส่วนและว่า นายสัมฤทธิ์เป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติขบวนการใหญ่ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ แถบประเทศเพื่อนบ้าน ฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งเรายังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ และยังพบว่า มีกลุ่มโครงข่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับหัวหน้าใหญ่ ลงมาถึงตัวเชื่อมระดับกลางและระดับล่าง ซึ่งมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกว่า 20 คน เส้นทางการเงินมีความเคลื่อนไหวในบัญชีของกลุ่มนายสัมฤทธิ์ 5 คน เงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท
แหล่งข่าวรายงานว่า นายสัมฤทธิ์เป็นเครือข่ายยาเสพติดชาวไทยระดับสูง และเป็นเครือข่ายเดียวกับนายไซซะนะ สามารถดำเนินการสั่งและส่งยาบ้าข้ามชาติ และมีเครือข่ายย่อยเพื่อกระจายยาเสพติด และผ่องถ่ายเงินอยู่ 4-5 คน ในแต่ละครั้งมูลค่ายาเสพติดหลายสิบล้านบาท และยังมีตัวใหญ่ระดับเดียวกับนายสัมฤทธิ์ อีก 1 คน ยังอยู่ระหว่างติดตาม

