บีบหัวใจ ลูกชายมารับศพพ่อ แม่ น้องชาย เหยื่อเครนถล่มทับรถไฟที่โคราช
เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนถล่มลงมาทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตหลายหลาย
โดยเฉพาะญาติของครอบครัวแท่นทองที่สูญเสียคนในครอบครัว 3 คน โดย น.ส.นันทิกา อายุ 46 ปี น้องสะใภ้ และนายอนาวิน สิอายุ 27 ปี ลูกชาย และครอบครัวได้เดินทางติดต่อรับร่างของนายสมจิตร อายุ 53 ปี, นางจรินทร อายุ 52 ปี และเ ด.ช.ณัชสภณ หรือน้องกาโตะ อายุ 8 ปี ที่เสียชีวิตพร้อมกันในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยร่างของทั้ง 3 รายเสียหายจากอุบัติเหตุจนไม่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ได้ จึงได้มีการเก็บตัวอย่าง DNA จากคนในครอบครัวไปพิสูจน์จึงสามารถระบุตัวตนของทั้ง 3 คนได้

นายอนาวิน พร้อมกับครอบครัวได้จุดธูปเรียกดวงวิญญาณของครอบครัวให้กลับไปยังภูมิลำเนา จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา นำโลงที่บรรจุร่างทั้ง 3 โลงทยอยนำขึ้นรถกู้ภัยที่อาสานำไปส่งยังภูมิลำเนาที่บ้านแปร้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ โดยระหว่างนั้นทางครอบครัวได้ร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนายอนาวินที่นั่งไปด้วยกับร่างของแม่ ได้ก้มหน้าร้องไห้กับโลงศพของแม่
น.ส.นันทิกาเปิดเผยว่า ตอนแรกไม่ทราบว่าพี่สะใภ้ (นางจรินทร) จะเดินทางไปงานศพที่ศรีสะเกษ จนวันที่เกิดเหตุเพิ่งจะรู้ว่าพี่สะใภ้และครอบครัวเดินทางไปศรีสะเกษ เนื่องจากมีการวิดีโอคอลคุยกัน แต่สัญญาณไม่ดีจึงตัดไป ซึ่งครอบครัวนี้ชอบเดินทางด้วยรถไฟ โดยเฉพาะน้องกาโตะที่ชอบดูวิวข้างทางและพี่สะใภ้ ที่มองว่าการเดินทางด้วยรถไฟเป็นการเดินทางปลอดภัยที่สุด แต่กลับต้องมาเกิดเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ซึ่งการที่ตนและครอบครัวเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะมาเรียกดวงวิญญาณของทั้ง 3 คนกลับบ้าน

นายอนาวินบอกว่า ตอนนี้พูดอะไรไม่ออก ยังคงคิดถึงแม่และน้องชาย อยากให้รัฐดำเนินคดีกับบริษัทที่รับผิดชอบที่มีส่วนเกี่ยวของกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ถึงที่สุด เพราะมันเกิดเหตุผิดพลาดหลายครั้งแล้ว
ขณะที่บรรยากาศการรับศพร่างของนายฟรีดริชเวลเฮล์ม ชาวเยอรมนี โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นางแต๋ว ภรรยา เดินทางมาพร้อมกับน้องสาวและครอบครัวเพื่อมารับร่างนายฟรีดริชเวลเฮล์มกลับไปยังภูมิลำเนาของนาวแต๋วที่บ้านสระใหญ่ หมู่ 11 ต.หนองขวาว อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์

ก่อนจะรับร่างของนายฟรีดริชเวลเฮล์มนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้นางแต๋วและญาติเข้าไปดูหน้าศพได้ เพื่อยืนยันเป็นใช่ร่างของนายฟรีดริชเวลเฮล์มหรือไม่ ก่อนที่นางแต๋วละครอบครัวจะออกมาจากห้องเก็บศพด้วยอาการเสียใจ แล้วจุดธูปเรียกวิญญาณสามีกลับบ้านด้วยภาษาอังกฤษ เบื้องต้นครอบครัวจะนำร่างนายฟรีดริชเวลเฮล์มไปเก็บไว้ที่บ้านโดยใส่โลงเย็นเอาไว้ก่อน เพื่อรอลูกสาวเดินทางมาจากเยอรมนี เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 ราย ได้พิสูจน์เอกลักษณ์ทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถนำส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 ราย กลับภูมิลำเนาอย่างครบถ้วน

