เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่วัดวารีบรรพต หรือวัดบางนอน ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง พระระณังคมุณีวงศ์ เจ้าคณะจังหวัดระนอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเททองหล่อเศียรหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ โดยมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเมียนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โดยในช่วงเช้าได้มีพิธีพราหมณ์บวงสรวงชุมนุมเทวดา หลังจากนั้นช่วงสายมีพิธีวางศิลาฤกษ์สถานที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ภายในวัดวารีบรรพต ซึ่งตลอดทั้งวันท้องฟ้าและอากาศเปิดมาโดยตลอด จนกระทั่งเริ่มพิธีเททองหล่อเศียรก็มีเมฆฝนตั้งเค้ามารอบทิศ และมีฝนตกลงมาเพียงเล็กน้อยและก็หยุดไป ในขณะที่ทั่วทั้งท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยเมฆฝนดำทะมึน จนทั่งพระเกจิอาจารย์นั่งตั้งจิตภาวนา และดำเนินพิธีเททองหล่อเศียรหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่เสร็จสิ้น ทั้งลมและฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก สร้างความประหลาดใจให้กับผู้มาร่วมพิธีเป็นอย่างมาก
วัดวารีบรรพต หรือวัดบางนอน เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงของ จ.ระนอง ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาสคือ หลวงพ่อด่วน ถามวโร ที่มีชื่อเสียงในการขอบารมีหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งต่อมาได้ละสังขารและในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สังขารของท่านเผาไม่ไหม้ และไม่เน่าเปื่อย ซึ่งปัจจุบันได้ถูกบรรจุไว้ในโลงแก้วเก็บไว้ที่วัดให้ญาติโยมและสาธุชนกราบไหว้
พระครูสุนทรปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัดวารีบรรพต กล่าวว่า ความตั้งใจในการก่อสร้างหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงคุณงามความดีของพระอริยสงฆ์ อันเป็นความตั้งใจของหลวงพ่อด่วน อดีตเจ้าอาวาส โดยองค์หลวงปู่ทวดจะมีขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูงราว 3 เมตร ประดิษฐานอยู่ข้างบันไดพญานาค ซึ่งเป็นทางขึ้นไปสู่วิหารพระนอน โดยในตอนแรกตั้งใจจะใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี ใช้งบประมาณรวม 10 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีสาธุชนศรัทธาและให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมากจนในวันนี้สามารถทำการหล่อเศียรได้สำเร็จ โดยใช้งบประมาณราว 3 ล้านบาท ก็คาดว่าจะใช้เวลาราว 3 ปี องค์หลวงปู่ทวดก็จะสำเร็จตามความตั้งใจ



