กกต.บุรีรัมย เร่งสอบ ผู้สมัคร อบต. ซื้อเสียง หลังชาวบ้านซดเหล้าย้อมใจ โวยไหนแจก500 แต่เบี้ยวไม่จ่ายเงิน
จากกรณี เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ที่ผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากผู้สมัครด้วยกันร้องเรียนกันเองมีอยู่หลายพื้นที่ถือเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย และ พรบ.การเลือกตั้ง โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคา ชาวบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง ได้ร้องผ่านสื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่ผู้สมัครแจกเงินก่อนเลือกตั้งไม่ทั่วถึงเป็นการเลือกที่รักมักที่ชัง อยากให้สื่อเข้าตรวจสอบ
เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึง พบชาวบ้านจับกลุ่มกันพูดคุยถึงการเลือกตั้ง อบต.ที่ผ่านมาด้วยอารมณ์แบบเมามัน โดยมีขวดเหล้าขาวนั่งอยู่ระหว่างการพูดคุยเหมือนย้อมใจหรือเสียใจ
สอบถามนางอุ่น(นามสมมุติ) อายุ 50 ปี หนึ่งในผู้มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง อบต.แห่งนี้ เล่าว่าเพื่อนบ้านคุ้มอื่นได้รับเงินจากผู้สมัครคนละ 500 บาท เหลือแต่คุ้มของตนที่ยังไม่ได้ทั้งที่เลือกไปแล้ว

เมื่อทวงถามภรรยาของผู้สมัครนายกฯ ได้รับคำตอบว่าให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะเอาไปเคลียร์ให้จนแล้วจนรอดเงียบหายไปอีก ส่วนตัวมองว่าการกระทำดังกล่าวของผู้สมัครไม่เป็นธรรมทั้งที่ตนอุตส่าห์ไปเลือกให้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯหวังจะได้เงินค่ารถกลับตามสัญญา สุดท้ายก็ไม่ได้เช่นกัน
การออกมาเรียกร้องดังกล่าวของตนไม่ได้หวังที่จะอยากได้เงินจากผู้สมัคร แต่เจ็บใจที่ทำไมคนอื่นได้ ตนไม่ได้ และรู้ว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมันผิดกฎหมาย แต่ตนรับไม่ได้จริงๆ ถึงเวลานี้เรื่องผ่านไปแล้ว ตนก็ยังไม่ได้ขายสิทธิ์ ผู้สมัครก็ยังไม่ได้ซื้อสิทธิ์ ถือว่าเจ้ากันไป แค่ระบายอารมณ์เท่านั้น
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความล่าสุด ว่า นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า ตอนนี้ กกต.ได้รับเรื่องและดูคลิปทั้งหมดที่ออกตามสื่อแล้ว หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนตามกระบวนการ ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะบางครั้งอาจจะเป็นลูกเล่นทางการเมืองของฝั่งตรงข้ามที่ไม่สนับสนุน ทำคลิปปลอมขึ้นมาก็เป็นได้

โดยจะสอบสวนอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นข้อมูลจริง กกต.ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่ละเว้นว่าจะเป็นใคร สำหรับการเลือกตั้ง นายกและสมาชิก อบต.เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้ว 9 เรื่อง อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณาบทลงโทษต่อไป


