หน้าแรก ภูมิภาค พบแพนายทุนรุก...

พบแพนายทุนรุกอุทยานฯไทรโยค 3 แห่ง สั่งย้ายออกภายใน 30 วัน พร้อมจัดโซนบริการให้เหมาะสม รองรับนักท่องเที่ยว

9.05.17 | 20:03 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการบริหารสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง นายประวัตร พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก สว.กก.สส. เจ้าหน้าที่ชุด ตร.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.ต.ท.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง รอง สว.กก.5 บก.ปทส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบแพพักที่สร้างรุกล้ำลำน้ำแควน้อย ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 7 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี



เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบแพพัก จำนวน 3 แห่ง โดยพบว่ามีการก่อสร้างเพื่อเปิดบริการนักท่องเที่ยวมานานแล้ว และไม่พบเจ้าของกิจการทั้ง 3 แห่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวกรุงเทพฯ มีเพียงแค่ผู้ดูแลอยู่เท่านั้น จึงได้ให้ผู้ดูแลโทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ดูแลลงลายมือชื่อในบันทึกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งไปยังเจ้าของแพให้ย้ายแพทั้งหมดที่บุกรุกเขตอุทยานไทรโยค ออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว จะติดประกาศไว้ที่แพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและบุคคลภายนอกได้ทราบว่า แพดังกล่าวกระทำผิด และถูกแจ้งให้ออกจากพื้นที่อุทยานฯ แต่หากผู้ประกอบการยังฝ่าฝืนไม่ยอมดำเนินการย้ายออกจากพื้นที่ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ก็จะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นด้วยการตรวจยึดแพไว้เป็นของกลางในคดี พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป


นายยรรยง เลขาวิจิต ผู้อำนวยการส่วนบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ภายหลังจากได้ลงพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยให้เร่งดำเนินการตรวจสอบแพและรีอสร์ทที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ พร้อมกับมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน โดยให้แจ้งสถานประกอบการให้ทราบก่อนเพื่อไม่ให้กระทบการท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้จะดำเนินการจัดโซนนิ่งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ทั้ง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.สังขละบุรี และ อ.ศรีสวัสดิ์ ทั้งในลำน้ำและบนบกให้เหมาะสม โดยอุทยานฯใดที่เป็นที่นิยม และยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตบริการ ก็ให้ทางอุทยานฯ ทำเรื่องขออนุมัติจากกรมอุทยานฯ ว่า พื้นที่ดังกล่าวควรที่จะประกาศเป็นเขตบริการที่ถูกต้อง เพื่อที่จะดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่ที่จะให้การดูแล ซึ่งจะสามารถเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯได้อย่างถูกต้อง

สำหรับกรณีที่จะมีมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ทางอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน ว่าต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งการดำเนินนโยบายทวงคืนผืนป่าให้เน้นไปที่นักธุรกิจที่ร่ำรวยและนายทุนเป็นหลัก พร้อมกันนี้ต้องประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับมวลชนดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้กระทบการท่องเที่ยวน้อยที่สุด

Advertisement