ไฟไหม้บ้านไม้พะยูงหรู อดีตนายก ทต.สำราญ กลางดึก เสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา พนักงานงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านของชาวบ้านที่บ้านสว่าง ต.สำราญ อ.เมือง จ.ยโสธร จึงได้แจ้งให้รถน้ำดับเพลิงของเทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลเมืองยโสธร และกู้ภัยจากสมาคมกู้ภัยสว่างร่วมใจยโสธร ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ทรงไทย พบเปลวไฟกำลังลุกท่วมบ้านทั้งหลัง จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลตำบลสำราญและจากเทศบาลเมืองยโสธรต้องช่วยกันเร่งระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านอย่างรุนแรง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถดับไฟเอาไว้ได้

พบว่าบ้านทั้งหลังถูกไฟไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะโครงสร้างตัวบ้านชั้น 2 ยังคงเหลือเฉพาะเสาบ้านเท่านั้น ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ แต่ยังโชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีใครนอนอยู่ในบ้าน และเปลวไฟไม่ลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอีกเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวปลูกอยู่ในเนื้อที่ค่อนข้างกว้าง
สอบถามนายไพโรจน์ โคตรสมบัติ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลสำราญ เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ บอกว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้พะยูง, ไม้ประดู่, ไม้แดง และไม้ยางนา สร้างมาตั้งแต่ปี 2552 มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ทำเป็นบ้านยกสูงใต้ถุนโล่ง ส่วนชั้น 2 ทำเป็นห้องนอนและห้องพระ ซึ่งในห้องพระมีพระเครื่องพระบูชาและพระรูปเหมือนไม่ต่ำกว่า 30 องค์ ล้วนแต่เป็นพระเกจิชื่อดังทั้งนั้นที่ตนสะสมมา

นายไพโรจน์กล่าวว่า ปกติจะขึ้นไปนอนที่บ้านหลังนี้เป็นบางวันเท่านั้น แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาตนไปนอนที่บ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร จนกระทั่งเกิดเหตุ ลูกชายที่เพิ่งกลับมาจากนอกบ้านเห็นเปลวไฟขึ้นที่บริเวณชั้น 2 จึงไปปลุกตนให้มาช่วยดับไฟ แต่ไม่สามารถดับได้ เนื่องจากเป็นบ้านไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่งผลให้เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนลุกท่วมบ้านทั้งหลัง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบเพื่อมาช่วยดับไฟ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ขณะที่สาเหตุที่แท้จริงนั้นจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง




