ตร.เร่งสอบมือฆ่าสาวโรงแรม ชี้หลักฐานแน่น อาจไม่ทำแผน หวั่นรุมประชาทัณฑ์ ชาวบ้านจี้แก้ปัญหาคนเร่ร่อน
จากกรณีคนร้ายเป็นชายบุกก่อเหตุใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะพนักงานโรงแรมสาวแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิต เพื่อชิงทรัพย์เป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระเป๋าเงิน ต่อมาทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายรัฐติกร หรือ “แซม” อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน จะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในช่วงเย็น บริเวณพงหญ้าริมทางรถไฟ ซอยหัวหิน 42 และควบคุมตัวไปยังค่าย ตชด.นเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อความปลอดภัย หวั่นถูกรุมประชาทัณฑ์นั้น
อ่านข่าว – คุมตัวฆาตกรโหดฆ่าสาวโรงแรม สอบเข้ม ตร.เผยคนร้ายชิงทรัพย์ได้350บาท ซ้ำยังไม่สำนึก อ้างอยากได้เงิน
เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการ สภ.หัวหิน มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำ นายรัฐติกร พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดหัวหิน
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เบื้องต้นอาจไม่มีการดำเนินการ เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดมีความชัดเจน และคดีดังกล่าวเป็นคดีสะเทือนขวัญ สร้างความไม่พอใจแก่ญาติผู้เสียชีวิตและประชาชนในพื้นที่ เกรงจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระหว่างการควบคุมตัว นายแซมให้ความร่วมมือในการสอบสวน และรับสารภาพว่าในช่วงกลางวันของวันที่ 18 มกราคม ได้เสพยาเสพติด แต่ยืนยันว่าไม่ได้แอบเข้าไปเสพภายในโรงแรม โดยคืนแรกไม่พบอาการเครียดหรือวิตกกังวล แต่มีลักษณะอาการของผู้เสพยาเสพติด
ด้านนางศิกานดา ชาวหัวหิน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุมีการแชร์ภาพผู้ต้องสงสัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตนเห็นแล้วจำได้ทันทีว่าเป็นนายแซมที่มักเดินไปมาในซอย จึงแจ้งเพื่อนบ้านให้ช่วยแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ โดยชาวบ้านในซอยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบคนแปลกหน้า พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการกับบุคคลเร่ร่อนและแหล่งเสื่อมโทรมบริเวณริมทางรถไฟ ซึ่งมักมีคนเร่ร่อนเข้ามาอาศัยจำนวนมาก สร้างความหวาดระแวงให้กับชุมชน
ขณะที่ ป้าอารีย์ ชาวบ้านในซอยหัวหิน 42 กล่าวว่า นายแซมมาอาศัยอยู่ในละแวกนี้มาระยะหนึ่ง มักเข้ามาซื้อของและพูดจาดี อ้างว่าเคยเป็นผู้คุมมาก่อน แต่ไม่ได้ปักใจเชื่อ และไม่เคยสงสัยว่าจะก่อเหตุร้าย แม้ลูกสาวจะคอยเตือนให้ระมัดระวัง โดยนายแซมไม่เคยเข้าไปในร้าน จะยืนรออยู่ด้านนอก เมื่อทราบข่าวว่าถูกจับกุมได้ ก็รู้สึกโล่งใจ แม้จะไม่เคยหวาดกลัวมาก่อนก็ตาม


