ชายตาพิการชาวลิพังน้ำตาข้างบอดไหล ร้องทุกข์โดนกลั่นแกล้ง ร้องผ่านสื่อขอความเป็นธรรม ถูกเลือกปฏิบัติตรวจยึดสวนมะพร้าวทุบหม้อข้าวของครอบครัว ทั้งที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรษ ร่วม 50 ปี เชื่อว่าสาเหตุไปขัดแข้งขัดขาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ วอนผู้มีอำนาจลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่าได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายวิชิต พิมพิชัย หรือหลวงเปียก อายุ 54 ปี ชาวหมู่ 4 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นคนพิการตาบอดข้างขวาข้างเดียว เปิดเผยว่า ได้ถูกเจ้าหน้าที่สถานพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 33 (ปะเหลียน ตรัง) ได้นำป้ายประกาศมาปักไวในที่ดินสวนมะพร้าวของตน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าชายเลนฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปะเหลียน จ.ตรัง ได้เข้าตรวจยึดพื้นที่และกล่าวหาว่าตนบุกรุกแผ้วถางป่าชายเลน เหตุเกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหยงสตาร์ ป่าคลองหลักขันธ์ ป่าคลองลิพัง ท้องที่หมู่ 2 บ้านทุ่งลำเจียก-ในทอน ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ก่อนแจ้งความต่อ ร.ต.อ.วิสวัส ไพบูลย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะเหลียน เพื่อกล่าวโทษดำเนินคดีกับตนและครอบครัว
ต่อมา นายวิชิตและครอบครัวได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนมะพร้าวดังกล่าว โดยมีภรรยาและลูกสาวมาถือป้ายเขียนข้อความร้องทุกข์ 3 ป้าย ทั้งเปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ เนื่องจากเป็นที่ดินที่ได้รับมรดกตกทอดมาไม่ใช่เป็นการบุกรุกด้วยตัวเอง รับช่วงต่อมาจากนายวัน พิมพิชัย ซึ่งเป็นบิดาปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ได้ทำกินเข้าไปดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิตมานานร่วม 50 ปี เอกสารสิทธิที่ใช้ยืนยันการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินการเป็นเจ้าของที่ดินมีใบ ภ.บ.ท.5 และได้ยื่นเสียภาษีท้องที่มาตลอด กระทั่งปัจจุบันได้ยกเลิก ภ.บ.ท.5 ไปแล้ว จึงวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หรือคนกลางที่ไม่ใช่นักปกครองในท้องที่และ จนท.ป่าชายเลนฯ ที่นี่ เข้าไปรังวัดแบ่งอาณาเขตให้ชัดเจน มีความยุติธรรม อย่ามีวาระซ่อนเร้น ถ้าผิดก็ให้ผิดเหมือนกัน อย่าเลือกปฏิบัติแบบนี้ หรือถ้าประชาชนมีที่ดินทำกินอยู่ในเขตป่าฯ จะมีทางออกในการเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง อยากให้เจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมด้วย
นอกจากนั้น นายพิชิต หรือเปียก กล่าวด้วยความรู้สึกสะอื้นว่าการกระทำของ จนท.เสมือนทุบหม้อข้าว และเชื่อมั่นว่าเป็นการกลั่นแกล้งและตนอาจจะไปขัดแข้งขัดขาผู้มีอิทธิพล คนบางกลุ่มในพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ได้ขึ้นไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง แต่ยังไม่คืบหน้า จึงร้องผ่านสื่อกราบขอร้อง จนท.ว่าอย่ารังแกกันเลย ทุกวันนี้ครอบครัวลำบากอยู่แล้วมีภาระต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวส่งลูกเรียนหนังสือ รายได้ส่วนหนึ่งก็มาจากสวนมะพร้าวแห่งนี้ อีกทั้งคนตาบอดอย่างตนต้องมาต่อสู้คดีขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะฉะนั้น ขอร้องให้ จนท.ผู้มีอำนาจ และทหารเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนเพื่อรังวัดแนวเขต ให้สื่อมวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนที่ตนและครอบครัวจะเดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทุกคนที่ถือครองที่ดินในพื้นที่นี้ ต่างทราบกันดีว่าอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน แต่ทำไมบ่อเลี้ยงกุ้งนายทุนจำนวนมาก สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันไล่มาตั้งแต่ปากทางเข้ากว่าจะมาถึงแปลงสวนมะพร้าวของตน จนท.ถึงมองไม่เห็นฟังไม่ได้ยิน แต่มากลั่นแกล้งเข้าตรวจยึดจับกุมพุ่งเป้ามาที่แปลงสวนมะพร้าวของตน นายพิชิตกล่าวทิ้งท้าย

