หน้าแรก ภูมิภาค พระราชทานเพลิ...

พระราชทานเพลิง คู่รักไทยเกาหลี เหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ ครอบครัวไม่ให้อภัย เยียวยาไม่เป็นธรรม

21.01.26 | 16:46 น.

ส่งดวงวิญญาณ คู่รักไทยเกาหลี เหยื่อโศกนาฏกรรมเครนมรณะ ครอบครัวยังช้ำ เยียวยาไม่เป็นธรรม วอนรัฐรับผิดชอบอนาคตแม่และลูก เก็บอัฐิทั้งคู่ไว้ข้างกันตลอดกาล

จากกรณีขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ถูกรถเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 14 มกราคม โดยครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักคือ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ กันยา หรือไก่ อายุ 35 ปี และนาย Kim Yongho (คิม ยองโฮ) อายุ 37 ปี ชาวเกาหลีใต้ ทั้งคู่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ทั้งคู่เพิ่งเดินทางไปจดทะเบียนสมรสที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มกราคม ก่อนจะประสบเหตุสลดเพียง 1 วัน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านไผ่ ตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ สถานที่บำเพ็ญกุศลของทั้งสอง โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ญาติได้ประกอบพิธีขอขมาศพ ก่อนเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิตไปยังวัดป่าพรหมนิมิต ตำบลวังหิน อำเภอวังหิน เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิง ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของมารดา พี่น้อง และญาติสนิท

ในพิธีพระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ นายระพี ชมหนองโพธิ์ ผู้ตรวจการรถไฟ 2 ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมพิธี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากเหตุอันตรายในการเดินรถ จำนวน 340,000 บาท นอกจากนี้ยังมีนายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง รองประธานบริหาร พร้อมคณะ ตัวแทนจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับผิดชอบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ร่วมพิธีด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชพิธีจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษอัญเชิญกล่องไฟพระราชทานมายังเมรุวัดป่าพรหมนิมิต พร้อมอ่านหมายรับสั่ง ญาติอ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เจ้าหน้าที่อ่านประวัติผู้วายชนม์ จากนั้นนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานในพิธี มอบเงินพระราชทานรายละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ก่อนขึ้นวางผ้าไตร จุดไฟพระราชทาน วางดอกไม้จันทน์พระราชทาน และแขกผู้มีเกียรติร่วมวางดอกไม้จันทน์เป็นลำดับ ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางความอาลัยรักของครอบครัวและผู้ร่วมงาน

Advertisement

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สร้างขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างยิ่ง

พ.จ.อ.นิกร อายุ 39 ปี พี่ชายของ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการส่งน้องสาวและน้องเขยไปสู่ภพภูมิที่ดี ยังไม่สามารถทำใจได้ และขออธิษฐานให้น้องทั้งสองได้ไปสู่สรวงสวรรค์ สำหรับเรื่องการเยียวยา ครอบครัวยังไม่พอใจกับการช่วยเหลือที่ได้รับ เนื่องจากเงินเยียวยาที่ตกลงไว้เบื้องต้น 1,690,000 บาท ยังได้รับไม่ครบ อีกทั้งยังขาดเงินช่วยเหลือจากการรถไฟฯอีก 260,000 บาท รวมถึงเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมที่ยังติดปัญหาเอกสาร ซึ่งตนต้องเป็นผู้ดำเนินการเพียงลำพัง ทั้งที่ต้องดูแลมารดาสูงอายุและหลานที่ยังเล็ก

พี่ชายผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยว่า การสูญเสียครั้งนี้ไม่อาจประเมินค่าได้ เงินเยียวยาที่ได้รับยังไม่สมเหตุสมผล และมองว่าควรได้รับการชดเชยอย่างน้อย 3 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่อาจให้อภัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบดูแลอนาคตของมารดาและบุตรของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก

ทั้งนี้ ภายหลังพิธีฌาปนกิจ ญาติของทั้งสองฝ่ายจะเก็บอัฐิของคู่รักไว้ร่วมกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ขณะที่อัฐิบางส่วนของนายคิม ยองโฮ จะนำส่งกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อประกอบพิธีตามประเพณีของครอบครัวต่อไป