ทัพภาค 2 จับมือสำนักงานศิลปากรที่ 10 ตรวจสอบปราสาทตาควาย ลำเลียงซากหินที่พังถล่ม บูรณะด้วยวิธี “อนัสติโลซีส”
เมื่อวันที่ 22 มกราคม กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับสำนักงานศิลปากร ที่ 10 นครราชสีมา เข้าดำเนินการตรวจสอบปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยนายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรฯ ได้แจ้งว่าจะนำผลการตรวจสอบเข้าเสนอต่อที่ประชุมฯ เพื่อหารือรวมถึงขออนุมัติการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

ในระหว่างนี้ได้ทำการค้ำยันโบราณสถานเพื่อป้องกันการพังทลาย อีกทั้งยังได้เปิดเส้นทางไปจนถึงตัวปราสาท เพื่อทำการลำเลียงซากหินที่พังถล่ม ออกมาตรวจสอบสภาพ แล้วจึงจะทำการบูรณะ ซ่อมแซม ในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้รับคำแนะนำจาก ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรฯ ทราบว่า ให้ระมัดระวังห้ามเข้าไปอยู่ในตัวปราสาท และให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตัวปราสาทเพราะตัวปราสาทไม่แข็งแรงอาจจะพังถล่มได้
ทั้งนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปกร เคยกล่าวถึงการบูรณะปราสาทตาควายที่ได้รับความเสียหายว่า กรมศิลปากรสามารถบูรณะได้ พร้อมเปรียบเทียบกับเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเคยสูญเสียพระธาตุพนมจากภัยธรรมชาติ ส่งผลให้พระธาตุพนมพังลงมา กรมศิลปากรก็สามารถบูรณะให้องค์พระธาตุฯ กลับมามีความมั่นคงแข็งแรง และสวยงามได้
นายพนมบุตร กล่าวว่า การบูรณะจะใช้เทคนิค “อนัสติโลซีส” (Anastylosis)เป็นวิธีรื้อโครงสร้าง ทำผังตำแหน่งหินแต่ละก้อน และนำชิ้นส่วนเดิมกลับมาประกอบใหม่บนโครงสร้างที่แข็งแรง เทคนิคดังกล่าวประสบความสำเร็จมาแล้วกับปราสาทหินพนมรุ้ง พิมาย และสด๊กก๊อกธม แม้ในอดีตเทคโนโลยีจะจำกัด แต่ปัจจุบันมีองค์ความรู้และเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น ขณะที่ปราสาทตาควายมีขนาดเล็กและซับซ้อนน้อยกว่า จึงไม่เกินขีดความสามารถของกรมศิลปากร

