หน้าแรก ภูมิภาค เกมแล้ว! โชเฟ...

เกมแล้ว! โชเฟอร์รถตู้ ปลอม พรบ. สารภาพเมียให้เงินต่อภาษี กลับเอาไปให้เมียน้อยหมด

23.01.26 | 14:15 น.
ปลอม พรบ.

เกมแล้ว! โชเฟอร์รถตู้ ปลอม พรบ. สารภาพเมียให้เงินต่อภาษี กลับเอาไปให้เมียน้อยหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาได้ออกตรวจสภาพการจราจร และป้องกันเหตุอาชญากรรม บนถนนสายเอเชียขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 7-8 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบรถตู้โดยสารประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 16-4036 กรุงเทพมหานคร ทันทีที่เห็นรถยนต์สายตรวจแล้วทำการเร่งความเร็ว มีพิรุธ จึงได้ขับติดตามไป พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถยนต์และทะเบียนรถขนส่ง (ฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก) ของระบบ Crimes สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ามีวันสิ้นสุดอายุภาษี ตั้งแต่ 30 ก.ย.2567


จึงได้ส่งสัญญาณไฟกะพริบสีแดง และใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุด เพื่อทำการตรวจสอบ พบ นายธงชัย อายุ 61 ปี ชาวตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นคนขับ

จากการตรวจแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี พบว่ามีแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี หมายเลขทะเบียน 16-4036 กรุงเทพมหานคร วันสิ้นอายุภาษี 30 ก.ย.2569 จำนวน 1 แผ่น ติดอยู่ที่กระจกบานหน้าฝั่งซ้ายมือของผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบแผ่นป้ายภาษีประจำปี ตรวจสอบพบว่าเป็นการนำหมายเลข 2569 มาติดทับ 2566 โดยตัดแปะเลข 9 ทับเลข 6 ให้เชื่อได้ว่ามีวันสิ้นอายุภาษี 30 กันยายน 2569 จึงนำรถและเชิญตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาตรวจสอบที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงเอเชีย

Advertisement

นายธงชัยเปิดเผยว่า วันนี้ได้ขับขี่รถตู้คันดังกล่าวมารับจ้าง รับลูกค้าชาวต่างชาติมาตีกอล์ฟ ก็รู้ว่ากระทำผิดแต่ที่ทำไปเพราะจะให้เมียดูว่าตนเองต่อภาษีมาแล้วนะ เนื่องจากเมียให้เงินมาต่อภาษีแล้ว แต่ความจริงแล้วยังไม่ได้ไปต่อ พึ่งติดเมื่อวันก่อนเอง ไม่คิดว่าจะมาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงโดนจับ ตอนแรกติดแค่ให้เมียดู เพราะเงินที่เมียให้ไปต่อภาษีเอาไปให้เมียน้อยหมดแล้ว เพราะคิดว่าเดี๋ยวเราก็หาใหม่ได้ ปรากฏว่างานน้อยเลยไม่ได้ต่อ โดนจับแล้วก็ยอมรับผิด แต่จะไปรับกับเมียหรือไม่พูดยากเลยเรื่องนี้ ไม่น่าเลย

เบื้องต้นเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงแจ้งข้อกล่าวหา “1.ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม, 2.ใช้รถทำการขนส่งโดยไม่ชำระภาษีประจำปีให้ครบถ้วนถูกต้อง ตามมาตรา 71(2), 148,” จึงได้นำตัวพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมายต่อไป