หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้าน ชี้ เ...

ชาวบ้าน ชี้ เงินเยียวยาเหตุเครนถล่มน้อยเกินไป ทนายโคราชแนะ มีช่องทางเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้

23.01.26 | 16:47 น.

ชาวบ้าน ชี้ เงินเยียวยาเหตุเครนถล่มน้อยเกินไป ทนายโคราชแนะ มีช่องทางเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟ บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จากบริษัทรับเหมากำลังทำงานในส่วนที่เหลือหลังจากที่นำชิ้นส่วนเครนที่เกิดปัญหานำลงมาจนหมดแล้ว ในส่วนของผู้บาดเจ็บบางราย ก็ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้น ก็ได้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 ราย นำกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาหมดแล้ว

สำหรับในส่วนของทางด้านคดีความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังเร่งสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านการช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นนั้น ทางหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปแล้วรายละ 1,773,000 บาท อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จำนวนเงินจะมากมายเพียงใด ก็ไม่สามารถเยียวยา หรือชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวที่สูญเสียกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้

นายกิตติ ปินประจักร อายุ 80 ปี ชาวบ้านถนนคต บอกว่า สำหรับตนมองว่าเงินเยียวยา 1.7 ล้านนั้นน้อยเกินไปกับความสูญเสีย มองยังไงก็ไม่คุ้ม เพราะมองว่าถ้าไม่เสียชีวิต บางคนนั้นอาจจะมีรายได้มากกว่าเงินที่เยียวยาเสียอีก อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุแบบนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่ในด้านข้อกฎหมายนั้นสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้จากผู้กระทำความผิด โดย ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ รองประธานทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากทาง ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตในช่วงเกิดเหตุวันแรกๆ

Advertisement

โดยได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือด้านข้อกฎหมายแก่ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนถล่มในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีการประสานความร่วมมือไปยังประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมทีมทนายอาสาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิในการรับเงินเยียวยาและค่าเสียหายต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หน่วยงานภาครัฐได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,773,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้ไม่ได้ตัดสิทธิผู้เสียหายในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากผู้กระทำละเมิด โดยเฉพาะในส่วนของค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บเกิน 20 วัน ค่าขาดไร้อุปการะสำหรับบิดามารดาที่สูญเสียบุตรซึ่งเป็นเสาหลักในการส่งเสียเลี้ยงดู รวมถึงค่าขาดการงานตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมูลค่าการเยียวยาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการบาดเจ็บและฐานานุรูปของผู้เสียชีวิตแต่ละราย

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญไปแล้วกว่า 120 ปาก เพื่อสรุปสำนวนและระบุตัวผู้กระทำความผิดที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งหากพบว่าเป็นความประมาทของลูกจ้าง ตัวนายจ้างจะต้องร่วมรับผิดชอบในทางละเมิดด้วย โดยในเร็วๆ นี้ พนักงานสอบสวนจะนัดหมายผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตมาเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งสภาทนายความจะเข้าร่วมเป็นตัวกลางในการให้คำปรึกษา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ สภาทนายความได้ย้ำเตือนว่า ผู้ประสบเหตุในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงชาวจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น แต่ยังมีผู้เสียหายจากจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตสามารถเข้าไปติดต่อขอรับความช่วยเหลือด้านกฎหมายได้ที่สภาทนายความประจำจังหวัดในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่ เพื่อความสะดวกในการอำนวยความยุติธรรมและรักษาความสิทธิประโยชน์สูงสุดของผู้เสียหายทุกคน