หน้าแรก ภูมิภาค วิกฤตพระราม 2...

วิกฤตพระราม 2 สะเทือนเที่ยวแม่กลอง นทท.หาย 80% รายได้ฟุบ ปิดถนนยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการ

24.01.26 | 12:33 น.

วิกฤตพระราม 2 ท่องเที่ยวแม่กลองหาย 80% ปิดถนนซ้ำเติมแม่ค้า-การเดินทางกรุงเทพฯ สุดลำบาก

นายอานนท์ ตันติดำรงกุล นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนอย่างหนักของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากการก่อสร้างและการปิดช่องจราจรบนถนนพระราม 2 ที่ยังคงยืดเยื้อ โดยระบุว่าในขณะนี้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามกำลังเข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าตกใจถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นที่ลดถอยลง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างมีความกังวลและหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก ทำให้หลายคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังสมุทรสงครามและเปลี่ยนไปท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นแทน

นายอานนท์กล่าวว่า ผลกระทบดังกล่าวกระจายวงกว้างไปถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแม่กลองและตลาดร่มหุบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในเขตเทศบาล ทำให้รายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหดหายไปอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากขาดกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวที่เคยเป็นรายได้หลัก ส่งผลให้บรรยากาศในตลาดที่เคยคึกคักกลับกลายเป็นความเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากต้องแบกรับภาระต้นทุนท่ามกลางรายได้ที่แทบไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ

นายอานนท์กล่าวว่า นอกจากมิติด้านเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาการเดินทางบนถนนพระราม 2 ยังบั่นทอนคุณภาพชีวิตของชาวสมุทรสงครามที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน หรือทำธุรกรรมในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง ปัจจุบันกลับต้องเผื่อเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ซึ่งการที่ต้องใช้เวลาบนท้องถนนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวไม่เพียงแต่ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้ซ้ำซากในทุกวัน ทำให้เกิดความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้าง และเบื่อหน่ายกับปัญหารถติดสะสม ทำให้หลายคนเลือกที่จะตัดการเดินทางมายังจังหวัดสมุทรสงครามออกจากแผนท่องเที่ยว

Advertisement

นายอานนท์จึงสะท้อนเสียงความเดือดร้อนนี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เร่งรัดการดำเนินงานและหามาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดการจราจรที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อคืนความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง และช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวสมุทรสงครามอีกครั้ง ก่อนที่ภาคธุรกิจและวิถีชีวิตของชาวบ้านจะได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้

​ทางด้านนางเพ็ญสิริ ปานรักษา ในฐานะตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าตลาดสด ได้เปิดเผยตัวเลขรายได้ที่หดหายไปอย่างน่าตกใจ โดยระบุว่าจากเดิมที่ถนนพระราม 2 เคยสัญจรสะดวก นักท่องเที่ยวที่เดินทางลงภาคใต้จะแวะเวียนมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดแม่กลองเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ สูงถึงวันละ 50,000 บาท แต่ปัจจุบันภายหลังจากปัญหาถนนพระราม 2 รุนแรงขึ้น รายได้กลับลดฮวบเหลือไม่ถึง 10,000 บาทต่อวัน ซึ่งการขยายระยะเวลาปิดถนนไปอีก 2 เดือนยิ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อยที่ตอนนี้แทบจะไม่มีกำลังใจในการทำมาค้าขาย

​นอกจากวิกฤตทางเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาการจราจรยังลุกลามไปถึงด้านสังคมและสุขภาวะของคนในพื้นที่

นางเพ็ญสิริเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่สะท้อนภาพรวมของชาวบ้านว่า ปัจจุบันแม้แต่การเดินทางไปหาหมอที่กรุงเทพฯ ตามนัดยังไม่กล้าเดินทางไป และต้องจำใจขอเลื่อนนัดออกไปก่อนเพราะทนแบกรับภาระเวลาที่เสียไปบนท้องถนนไม่ไหว เช่นเดียวกับกลุ่มคนทำงานที่ต้องเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ ซึ่งเดิมใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ปัจจุบันกลับต้องติดอยู่บนรถนานถึง 3 ชั่วโมง จนลูกๆ ที่ทำงานในกรุงเทพฯ ต่างบ่นถึงความเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทาง จนผู้เป็นแม่เองยังรู้สึกสงสารและไม่กล้าสนับสนุนให้ลูกกลับมาเยี่ยมบ้านในตอนนี้เพราะไม่อยากให้ต้องมาเผชิญกับสภาพการจราจรที่โหดร้าย

​จากความเดือดร้อนที่แผ่ขยายไปทุกภาคส่วน ทั้งนายกเทศมนตรีและตัวแทนภาคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการโครงการก่อสร้างให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสมุทรสงครามเป็นสำคัญ และต้องการให้มีการเยียวยาหรือหามาตรการเร่งด่วนเพื่อดึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด