รวบ สท.เทศบาลดัง ควงปืนจี้ชิงทองร้านดัง กลางเมืองโคราช เจ้าตัวอ้างหนี้สินเยอะ
จากกรณีคนร้ายพยายามชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนที่ห้างทองพานทองเยาวราช ริมถนนหนองปรือ-หนองไผ่ เยื้องสี่แยกตลาดหนองปรือ เลขที่ 888 บ้านหนองปรือ หมู่ 1 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยเดินเข้ามาในร้านแล้วชักอาวุธปืนพกสั้นข่มขู่ประกาศ “มาปล้น ต้องการแค่ทอง ไม่ต้องการทำร้ายใคร” และสั่งให้ยกถาดทองมาให้ทั้งหมด แต่พนักงานขายใช้ไหวพริบตั้งสติพูดคุยยื้อเวลาและอาศัยจังหวะวิ่งไปกดสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน ทำให้คนร้ายลนลานใช้อาวุธปืนยิงใส่ผนังโชว์ทอง 1 นัด เพื่อข่มขู่และเปิดทางหนี โดยไม่ได้ทรัพย์สินแม้แต่ชิ้นเดียว โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สนธิกำลังออกติดตามจับกุมคนร้าย พบเบาะแสเส้นทางหลบหนีไปทางด้านข้างตลาดและปีนกำแพงข้ามเข้าไปภายในหมู่บ้านเพ็ญมาศ ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร

โดยพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ซึ่งตำหนิรูปพรรณตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 8 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง โดยมีนายวิเชียร อายุ 67 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบล (ทต.) แห่งหนึ่ง แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน
สอบถามเบื้องต้นมีพิรุธต้องสงสัย จึงซักถามและขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือปรากฏไทม์ไลน์การเดินทางอยู่ในพื้นที่ตามเวลาเกิดเหตุและสอดคล้องกับเส้นทางที่รถต้องสงสัยผ่านกล้องวงจรปิด
นายวิเชียรจึงให้การรับสารภาพเป็นผู้ประกอบเหตุพยายามชิงทรัพย์และใช้อาวุธปืน นอริงโก้ 213 ขนาด 9 มม. ยิงข่มขู่ผู้เสียหาย อ้างมีปัญหาหนี้สิน จึงตัดสินใจก่อเหตุ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มกราคม พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ในฐานะโฆษกตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่สายตรวจ ได้ควบคุมตัวนายวิเชียร อายุ 67 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง อ.เมือง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้อาวุธปืนที่ห้างทองพานทองเยาวราช ริมถนนหนองปรือ-หนองไผ่ เยื้องสี่แยกตลาดหนองปรือ เลขที่ 888 บ้านหนองปรือ หมู่ 1 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ท่ามกลางไทยมุง ส่วนใหญ่จะรู้จักมักคุ้นกับคนร้าย เนื่องจากเป็น สท.ติดกัน 2 สมัย และทำหน้าที่โฆษกให้ ทต.โพธิ์กลาง ด้วย หลายคนตกใจไม่คาดคิด
พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภาค 3 และ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งชุดสืบสวน สภ.เมือง บูรณาการร่วมกัน โดยได้หลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ก่อเหตุเดินเข้ามา ซึ่งมีเบาะแสน่าจะเคยก่อเหตุมาแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการก่อเหตุล่าสุด น้องน้ำฝน พนักงานขายจำได้ โดยเฉพาะน้ำเสียง จึงได้ไล่กล้องจากเส้นทางจากร้านทองไปทิศทางที่บ้านพักของคนร้าย ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง สามารถจับกุมได้และรับสารภาพ อ้างปัญหาเรื่องหนี้สิน
โดยเสื้อผ้า รองเท้าที่ใช้ก่อเหตุได้เผาทำลายทิ้ง ส่วนหมวกทิ้งถังขยะในค่ายทหาร ชุดสืบได้ตามไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบคำรับสารภาพ ส่วนพฤติการณ์ใช้ปืนยิง 1 นัด เป็นการข่มขู่พนักงาน จึงตัดประเด็นพยายามฆ่าและผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนายทหารชั้นประทวน และรับผิดชอบสนามยิงปืน จึงมีความรู้ความชำนาญเรื่องอาวุธและได้ขออนุญาตมีอาวุธปืนทั้งหมด 4 กระบอก ต่อไปจะประสานนายทะเบียนให้เพิกถอนการครอบครองออก เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาพยายามชิงทรัพย์และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร พกพาอาวุธปืนลูกกระสุนปืนไปในทางหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้การปิดคดีได้เร็ว เจ้าของร้านมีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญ รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ติดกล้องวงจรปิด จึงทราบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ขณะนี้ราคาทองคำมีมูลค่าสูงมาก ผู้ประกอบการควรมีการป้องกันอย่างแน่นหนา โดยติดตั้งเหล็กดัดและกล้องตามมุมต่างๆ ฝากชื่นชมน้องน้ำฝน มีสติอย่างดีในการรับมือกับคนที่มาก่อเหตุ สามารถพูดโน้มน้าวถ่วงเวลาจนกระทั่งสามารถหลบหนีได้ ภาพจากกล้องช่วงเช้าคนร้ายได้ขับรถวนมาดู 3 รอบ กล้องวงจรปิดจึงเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเกี่ยวกับทรัพย์และเป็นหลักฐานสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้



