หน้าแรก ภูมิภาค “พ่อเมืองอุตร...

“พ่อเมืองอุตรดิตถ์” ยังไม่แจ้งความคนตัดต่อภาพคลอเคลียสาว นายกเล็กจริม เหน็บ ทำงานก็ต้องทำจริง

11.05.17 | 14:32 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า วันที่ 3 แล้วที่นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ออกมาแถลงข่าวว่า ทราบตัวบุคคลและพยานหลักฐานของกลุ่มคนที่ทำการตัดต่อภาพชายสวมเสื้อและกางเกงสีขาวกำลังคลอเคลียในอ้อมกอดอยู่กับหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งถูกวิจารณ์จากชาวอุตรดิตถ์และสื่ออนไลน์ว่า มีลักษณะคล้ายกับตัวเองนั้น วันนี้ตนมาทำงานวันแรกหลังจากลาหยุดหลายวัน เช็คกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์แล้วนายพิพัฒน์ก็ยังไม่มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ หรือตัวนายพิพัฒน์เองมาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับคนหรือกลุ่มบุคคลที่นายพิพัฒน์อ้างว่า ทราบและมีพยานหลักฐานแต่อย่างใด

มีรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายพิพัฒน์จะออกมาแถลงกรณีดังกล่าวนั้น นายพิพัฒน์ได้ไปปรึกษากับสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมกับอ้างว่ายังไม่พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับใคร เนื่องจากที่ผ่านมานายพิพัฒน์มักจะทำงานไม่ค่อยราบรื่นนักกับตำรวจในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ จนมีผู้ใหญ่ของตำรวจใน จ.อุตรดิตถ์ ประกาศว่าจะไม่ร่วมประชุม หรือทำงานสำคัญด้วยกับทางจังหวัด เหตุผลนั้นมาจากมีข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ จะให้การดูแลสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อส่วนรวม แต่ทางจังหวัดกลับคำพูดและไม่ให้การสนับสนุนแต่อย่างใด จนทำให้ข้าราชการตำรวจเกิดความไม่พอใจดังกล่าว

นายราชัน มหาวัน นายกเทศมนตรีตำบลจริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ออกมาแถลงผลงานวันเดียวกับการแถลงข่าวกรณีถูกกลุ่มบุคคลที่ต้องการทำลายชื่อเสียง ต้องการให้ดูหมิ่นเกลียดชัง ด้วยการนำตัดต่อภาพชายคลอเคลียกับหญิงสาว โดยตอนหนึ่งนายพิพัฒน์อ้างว่า ตั้งศูนย์เพื่อช่วยเหลือชาวท่าปลาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินในพื้นที่ อ.ท่าปลามากกว่า 1,000 รายจนสำเร็จแล้วนั้น เมื่อออกมาแถลงว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงสำคัญของตัวเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้นายพิพัฒน์สานต่อคือ ปัญหาหน่วยงานราชการหน่วยหนึ่งประกาศเขตพื้นที่ทับพื้นที่ของประชาชน ต.จริม 3 หมู่บ้าน เรียกร้องมาหลายปีแล้วแต่ไม่สำเร็จ จึงอยากให้นายพิพัฒน์ดูแลและทำเรื่องนี้ให้สำเร็จไปด้วย

“ปัญหาความเดือดร้อนของชาวท่าปลาทั้งอำเภอ เป็นปัญหาที่ถูกดองมานานกว่า 40 ปีแล้ว ไม่มีหน่วยงานหรือใครที่จะจริงใจในการแก้ไขให้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกี่ยุคกี่สมัย รัฐมนตรีกี่คนแล้ว หรือแม้กระทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเปลี่ยนมาไม่รู้กี่สิบคนก็ไม่มีใครสามารถทำได้เลย เป็นเพียงสิ่งที่กล่าวอ้างหยิบนำมาเป็นผลงานแต่ไม่เคยจริงใจสักคน เช่นเดียวกันกับนายพิพัฒน์ที่แถลงว่าจะทำให้สำเร็จ หากพูดแล้วไม่ทำก็จะจะถูกมองว่า การแถลงผลงานที่ผ่านมาเป็นเพียงการแถลงเพื่อกลบเกลื่อนที่ตกเป็นข่าวเข้าไปพัวพันกับการซื้อบริการเด็กหญิงที่ แม่ฮ่องสอน เท่านั้นเอง