หน้าแรก ภูมิภาค ชัยภูมิ เร่งเ...

ชัยภูมิ เร่งเคาะประตูบ้าน พบลักลอบเผาพื้นที่การเกษตรทำค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงจ่อวิกฤต

27.01.26 | 13:25 น.

ชัยภูมิ เร่งเคาะประตูบ้านเตือนงดเผา หลังสถานการณ์ลักลอบเผาในพื้นที่การเกษตรดันกลับมาพุ่งสูงกว่า 452 จุดอีกครั้ง ทำค่า PM2.5 กลับพุ่งสูงจ่อวิกฤตอีกครั้ง


เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ จ.ชัยภูมิ สถานการณ์ค่าฝุ่นมลพิษค่า PM2.5 ในพื้นที่จากสาเหตุหลักมาจากการลักลอบเผาในพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ จนเกิดผลกระทบต่อค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มเกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในทุกพื้นที่มาต่อเนื่อง นานกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดเมื่อเพียงช่วงวันที่ 25 มกราคม ช่วง 2 วันที่ผ่านมาจากการมีความร่วมมือของประชาชนช่วยกันงดเผาในพื้นที่การเกษตรจนสามารถทำให้ค่า PM2.5 ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติได้เพียง 2 วันที่ผ่านมา

และล่าสุดตลอดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ ทั้ง นายวรศิษย์ พุฒจีบ ปลัดจังหวัดชัยภูมิ นายวรรณวิทย์ วรรณประเสริฐ ป้องกันจังหวัดชัยภูมิ นายหมวดเอก อิทธิพล ถือสมบัติ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ ที่ 1

ได้นำกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบเผาพืชไร่ ที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่เริ่มกลับมามีแนวโน้มทำให้ค่า PM2.5 พลิกกลับมาสูงขึ้นเสี่ยงเป็นอันตรายต่อประชาชนอีกต่อเนื่องในขณะนี้ได้ ที่มีรายงานพบจุดความร้อนมีการเผาในพื้นที่การเกษตรมาตั้งแต่เดือน ต.ค.68-26 ม.ค.69 นี้มีจำนวนมากสูงมากกว่า 452 จุดแล้ว ที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อค่า PM2.5 ที่ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบค่า PM2.5 สูงขึ้นตามมาในขณะนี้

Advertisement

ซึ่งตลอดช่วงดึกที่ผ่านมา ล่าสุดพบการลักลอบเผาในพื้นที่การเกษตรไร่อ้อย ในจุดที่ 1 พบจุดเพลิงไหม้ บริเวณบ้านน้อยพัฒนา หมู่ 12 ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้ และไม่พบผู้ใดในพื้นที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการประสานการปฏิบัติกับฝ่ายปกครองอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ในการเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้พื้นที่ไร่อ้อย พร้อมให้เร่งตรวจสอบเหตุของการลักลอบเผาต่อไปด้วย

รวมทั้งอีกจุดที่ 2 จุดเพลิงไหม้ แปลงไร่อ้อย หมู่ 17 ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พบเจ้าของที่ชื่อนาย A และนาง B (นามสมมุติ) เบื้องต้นทั้งสอง ได้ให้การสารภาพว่า ได้ดำเนินการจุดไฟเผาเพื่อปรับพื้นที่แปลงไร่อ้อยเป็นการเตรียมแปลงปลูกใหม่ จึงได้ตัดสินใจจุดไฟในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 10 ไร่ ในจุดนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วยและพบเห็นเหตุการณ์ในขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ จึงได้สั่งระดมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินจังหวัดชัยภูมิที่ 1 เร่งเข้ามาช่วยกันดับไฟ พร้อมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือน และบอกถึงความผิดทางกฎหมาย และพิษภัยจากการเผาครั้งนี้ด้วย และขอเน้นย้ำไม่ให้จุดไฟเผาไร่เพิ่มเติมอีกด้วย

ต่อด้วยจุดที่ 3 ที่เกิดขึ้นในตำบลใกล้เคียงอีกด้วย ที่มีจุดเพลิงไหม้ แปลงไร่อ้อย ในพื้นที่ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พบเจ้าของที่ชื่อนาย c (นามสมมุติ) เบื้องต้น ได้ให้การว่า ลูกชายของตนได้ลักลอบจุดเผาไฟในพื้นที่ไร่ของตน โดยที่ตนไม่ทราบเรื่อง ในขณะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และพบเห็นเหตุการณ์ในขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ จึงได้ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายปกครองอำเภอหนองบัวแดง องค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมแสง ในการนำรถดับเพลิงเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้ และให้กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินจังหวัดชัยภูมิที่ 1 และฝ่ายปกครองอำเภอหนองบัวแดง ช่วยกันดับไฟ พร้อมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือน ได้บอกถึงความผิดทางกฎหมาย และพิษภัยจากการเผาไฟ และเน้นย้ำไม่ให้จุดไฟเผาไร่เพิ่มเติมอีกรายด้วย

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาเผาในพื้นที่ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือให้งดเว้นการเผาพื้นที่การเกษตร พร้อมทั้งได้สั่งการให้อำเภอในพื้นที่ กำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายและดำเนินการเชิงรุกสื่อสารให้ความรู้สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดการเผาในพื้นที่โดยเด็ดขาดต่อไปด้วย รายใดที่ได้มีการตักเตือนแล้วไม่ฟังก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดในทุกรายต่อไปด้วย

ขณะที่อีกด้านในการป้องกันลักลอบเผาป่า ในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการท่องเที่ยว นันทนาการ และสื่อความหมาย ร่วมกับชุดพญากระรอก 1 และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เดินช่วยกันเคาะประตูบ้านชุมชนบ้านหินหนีบ และบ้านห้วยหมากแดง ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ ปลุกสำนึกงดเผาในทุกพื้นที่ต่อเนื่อง

โดยด้าน นายติณณ์ วงรินยอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดโตน พร้อมเจ้าน้าที่ทุกหน่วยในพื้นที่ได้เร่งช่วยกันหาแนวทางการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) แก่ชุดปฏิบัติการควบคุมไฟป่า “พญากระรอกดำ” ชุดที่ 1 และ 2 ที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ เพื่อปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาดโตน ในปีนี้อย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งหากใครพบเห็นไฟป่าแจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง