เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบกระบือ 2 ตัวเป็นเพศผู้และเพศเมีย มีคุณสมบัติครบถ้วนของกระบือไทยแท้แบบโบราณหายาก โดยลักษณะกระบือไทยโบราณ มีลำตัวยาว ตาแต้ม แก้มจุด คอปล้อง เขาบายศรี หางยาว ขาถุงเท้า 4 ขา ขนดำทอง มีขวัญกวักทรัพย์กลางลำตัว ตัวผู้อายุ 25 เดือน ชื่อ “หนึ่ง” และเพศเมีย ชื่อ “ปัก” อายุ 15 เดือน เป็นกระบือของนางรุ่งอรุณ ปั้นโหมด อายุ 30 สารวัตรกำนันหญิงตำบลคลองทราย อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 5 ต.คลองทราย อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร

นางรุ่งอรุณกล่าวว่า หลังจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ได้สานต่ออาชีพจากบิดาและมารดาประกอบอาชีพทำการเกษตร และเลี้ยงกระบือควบคู่กับการทำนา ซึ่งตนชอบเลี้ยงกระบือมาตั้งแต่เด็กๆ แม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม หลังแต่งงานมีครอบครัว หันมาเอาดีทางการเลี้ยงกระบือ มีเป้าหมายเพื่อจำหน่ายเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ไม่เน้นจำหน่ายให้โรงฆ่าสัตว์ เนื่องผูกพันกับกระบือที่เลี้ยงมาทุกตัว แม้เรียนไม่สูงมากนักแต่พยายามศึกษาเรียนรู้จากสื่อต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต สิ่งพิมพ์ รวมทั้งเรียนรู้จากการอบรมด้านปศุสัตว์ในการผสมเทียมและวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง จากเดิมเลี้ยงตามท้องทุ่ง มาเลี้ยงในโรงเรือน ซึ่งจะดูแลเอาใจใส่ง่ายกว่า อีกทั้งยังมีเวลาไปทำงานอื่นๆ ได้อีก ปัจจุบันเลี้ยงกระบือทั้งหมด 50 ตัว

“ได้นำควายที่มีอยู่มาทดลองผสมเทียมด้วยตนเองหลายครั้ง ลองผิดลองถูกจนได้ลูกควายตามสูตรลักษณะกระบือไทยโบราณที่หายาก คือ มีลำตัวยาวสูงกว่า 50 เซนติเมตร ตาแต้ม แก้มจุด คอปล้อง เขาบายศรี หางยาว ขาถุงเท้า 4 ขา ขนสีดำทอง มีขวัญกวักทรัพย์กลางลำตัว 2 ตัว เพศผู้ 1 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว โดยตัวผู้อายุ 25 เดือน ชื่อ “หนึ่ง” และเพศเมีย ชื่อ “ปัก” มีอายุ 15 เดือน ซึ่งเลี้ยงดูอย่างดี คอยป้อนน้ำป้อนหญ้าด้วยตนเอง เจ้าหนึ่งและเจ้าปักมีนิสัยดี ไม่ดุร้าย ใจดี แถมยิ้มได้ เชื่อฟังคำสั่งเจ้าของเป็นอย่างดี
ปัจจุบันผู้สนใจติดต่อขอซื้อเจ้าหนึ่งราคา 1 ล้านบาท และเจ้าปัก 5 แสนบาท แต่ไม่ขาย จะขอเก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ก่อนหน้านี้เคยนำควายที่เลี้ยงไปประกวดชิงรางวัล ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศจากสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้วจำนวนมาก พร้อมสานต่อการอนุรักษ์กระบือไทย โดยร่วมกับเกษตรกร ต.คลองทรายตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงวัวขุนควายขุนเพื่อสร้างรายได้เกษตรกร” นางรุ่งอรุณกล่าว

