คณะผู้แทนจากสหประชาชาติ เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ห้องประชุมสิงหนาทบำรุง ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายนิวัฒน์ งามธุระ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ต้อนรับคณะผู้แทนจากสหประชาชาติ (United Nations – UN) นำโดยผู้ประสานงานแห่งสหประชาชาติในประเทศไทย นางสาวมิเกลล่า มาเดอลีน ลุยส์ ฟิลแบรย์-สตอเร่ และ นางสาวแทมมี่ ลินน์ ชาร์ป ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (The United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) ประจำประเทศไทยและนานาชาติ
นายเจมส์ เฟอร์กูสัน หัวหน้าสำนักงาน (UNHCR) ภาคสนามจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน พร้อมแจ้งการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย สิทธิในการทำงานสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ใน จ.แม่ฮ่องสอน เป้าหมายหลัก คือ การคุ้มครองความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือเต็มที่ บนความท้าทายของภูมิศาสตร์ การจัดการเชิงพื้นที่เพื่อให้ผู้หนีภัยการสู้รบฯได้พึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืน เช่น การเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจอย่างปลอดภัย และการย้ายไปประเทศที่สาม
นายนิวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินการของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบฯ อย่างต่อเนื่องทั้ง 4 พื้นที่ แม้ว่าจะมีการยุติการให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณโครงการด้านการดูแลสุขภาพและการคุ้มครองในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายของกระทรวงมหาดไทย กนะทรวงแรงงาน และตามแนวทางของรัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
“สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – เมียนมา ตั้งแต่ปี 2527 มีการสู้รบกันบ่อยครั้งระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยในบริเวณชายแดนเป็นเหตุให้มีผู้หลบหนีภัยการสู้รบเดินทางเข้ามาในเขตประเทศไทยตามสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลไทยอนุญาตให้ผู้อพยพหนีภัยดังกล่าวอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบริเวณชายแดนไทย – เมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา 4 แห่ง คือ พื้นที่พักพิงฯบ้านในสอย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 6,313 คน, พื้นที่พักพิงฯบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม 1,857 คน, พื้นที่พักพิงฯบ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย 9,166 คน และ พื้นที่พักพิงฯบ้านแม่ละอูน อ.สบเมย 8,148 คน รวมทั้ง 4 แห่ง จำนวน 25,484 คน” นายนิวัฒน์ กล่าว


