ณพลเดช ชง เชียงราย ประตูการค้าภูมิภาค เชื่อมลาว–พม่า–จีน ขึ้นชั้นเมือง ศก.หลัก
เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ด่านศุลกากร เชียงของ จ.เชียงราย นายณพลเดช มณีลังกา ส.ว.สำรอง กลุ่ม 16 จ.เชียงราย และที่ปรึกษากรรมการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือร่วมกับนางชวนพิศ วัฒนศิริธรรม นายด่านศุลกากรเชียงของ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร โดยนำนักลงทุนชาวต่างชาติเข้าร่วมหารือ เพื่อผลักดันการพัฒนาและยกระดับการนำเข้า–ส่งออกผ่านจ.เชียงราย ให้มีประสิทธิภาพและศักยภาพมากยิ่งขึ้นในระดับภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การหารือดังกล่าวมุ่งเน้นบทบาทของด่านศุลกากรเชียงของในฐานะประตูเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งเชื่อมโยงประเทศไทยกับ สปป.ลาว เมียนมา และสามารถต่อยอดไปยังจีนและเวียดนามได้โดยตรง ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายให้เชียงรายก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศอย่างแท้จริง
นายณพลเดช กล่าวว่า เชียงราย ถือเป็นด่านแรกที่มีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชีย แต่ที่ผ่านมาเมืองกลับขาดการผลักดันเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ศักยภาพควรได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจหลัก เปรียบเทียบได้กับเมืองการค้าระดับโลก เช่น เซี่ยงไฮ้ หรือ นิวยอร์ก ส่งผลให้เชียงรายยังถูกมองเป็นเพียงเมืองรองและถูกมองข้ามในแผนพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติ นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนถึงความพยายามในการผลักดันให้เชียงรายเป็นเมืองหลักด้านการขนส่ง การท่องเที่ยว และเมืองศิลปะ โดยเชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเมือง ไม่ใช่เพียงการเป็นทางผ่านของสินค้า แต่เป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนและการท่องเที่ยวคุณภาพ การหารือครั้งนี้ยังรวมถึงแนวทางการเชื่อมประสานกับรัฐบาล สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงด่านเชียงของให้เป็นโครงข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ทั้งทางถนน ทางราง และระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวก ลดต้นทุน และเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า
นายณพลเดช กล่าวว่า เหตุผลถึงประโยชน์สำคัญ 5 ประการที่จะเกิดขึ้นกับภูมิภาคนี้ ได้แก่ 1.การเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการลงทุนจากต่างประเทศ 2.การลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 3.การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและสร้างการจ้างงานในพื้นที่ 4.การยกระดับเชียงรายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ 5.การเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและบทบาทของไทยในเวทีการค้าอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
พร้อมกันนี้ยังเห็นว่า หากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุนต่างชาติร่วมกันผลักดันอย่างจริงจัง เชียงรายจะไม่เพียงเป็นด่านชายแดน แต่จะกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนกับจีนตอนใต้ได้อย่างยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศในระยะยาว

