เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย จันลา รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นที่ห้องเช่าไม่มีชื่อใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยารุดตรวจสอบ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องด้วยเจ็บปวดออกมาจากห้องชั้น 2 ของหอพักดังกล่าว จากการขึ้นไปตรวจสอบพบประตูถูกล็อกจากด้านใน โดยยังมีบุคคลทะเลาะกันอยู่ข้างในห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพูดเกลี้ยกล่อมให้เปิดประตูเพื่อที่จะเข้าช่วยเหลือ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามช่วยกันถอดกระจกบานเกล็ดเพื่อเอื้อมมือเข้าไปเปิดประตูแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงยินยอมเปิดประตูให้ตำรวจไปเข้าตรวจสอบ พบข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นและคราบเลือดกระเซ็นเต็มห้องพัก ตรวจสอบมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อคือนายพลเศรษฐ์ เดินไธสง อายุ 47 ปี และ น.ส.แบนซ์ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บถูกของมีคมฟันได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.บางละมุง
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.แบนซ์ได้นอนเล่นโทรศัพท์แชตส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์อยู่บนที่นอนในอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำให้แฟนหนุ่มเริ่มมีอาการหึงหวงระแวงคิดมาก เพราะกลัวว่า น.ส.แบนซ์จะแชตไลน์คุยกับหนุ่มแปลกหน้า เมื่อทางแฟนหนุ่มขอดูโทรศัพท์ น.ส.แบนซ์ได้ทำท่าทีไม่พอใจ จึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกันอย่างแรง จากนั้นแฟนหนุ่มได้ไปหยิบกระปุกออมสินทุบศีรษะ น.ส.แบนซ์จนแตกเลือดอาบ ก่อนที่ น.ส.แบนซ์จะใช้มีดพกสั้นไล่ฟันแฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจได้ทำการจับกุมนายพลเศรษฐ์ เดินไธสง พร้อมแฟนสาว เเละเพื่อนอายุ 19 ปี พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 15 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวม 2.55 กรัม และตัวอย่างปัสสาวะที่มีสารเสพติดของทั้ง 3 คน
โดย ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สายตรวจได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ และสอบสวนนายพลเศรษฐ์ซึ่งพูดจาวกไปวนมาคล้ายคนเมายาเสพติด หลังจากส่งทั้ง 3 คนไปโรงพยาบาลบางละมุง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแล
หลังจากนั้นจึงได้เข้าตรวจสอบภายในห้อง พบอุปกรณ์การเสพอยู่ภายในห้อง จึงได้ทำการตรวจค้นจนพบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ใต้หมอน หลังจากนั้นจึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อสอบสวนนายพลเศรษฐ์ จนนายพลเศรษฐ์รับเป็นเจ้าของ ส่วนอีก 2 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติด จึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

