นครนายกไล่ดับลักลอบเผาผืนนา “ตำบลท่าเรือ” สงบแล้ว 100% ยังกังวลอีก 50 เปอร์เซนต์ หวั่นไหม้เพิ่ม
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพพื้นที่ในจังหวัดนครนายก มีการลักลอบเผาพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก ส่งผลต่อมลภาวะทางอากาศ รวมทั้งค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุด นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อม ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าฯ ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รับฟังสรุปสถานการณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก พบว่ามีการจุดไฟใหม่บางจุด แต่สามารถเข้าระงับเพลิงไว้ได้ ส่วนพื้นที่เดิมที่เกิดการเผาไหม้ดับได้แล้ว 100%

นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี กล่าวว่า ได้จัดภารกิจในการปฏิบัติการห้วงกลางคืนที่ผ่านมาเป็น 2 ชุด ชุดแรก ชุดเฝ้าระวังเหตุ โดยมีสมาชิกกองรักษาดินแดนจังหวัดนครนายกและอำเภอปากพลีทำหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อเฝ้าระวังเหตุเผาไหม้ เมื่อพบเจอเหตุการณ์จะรายงานมาที่ศูนย์เพื่อสั่งการให้ชุดเผชิญเหตุเข้าควบคุมสถานการณ์ ส่วนชุดที่ 2 ชุดเผชิญเหตุ เป็นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากกทม. ทั้งรถน้ำ และโดรนที่ใช้บินตรวจจับความร้อนร่วมสนับสนุนภารกิจ
“ห้วงเวลาเมื่อคืนที่ผ่านมายังพบการลักลอบเผาจุดในพื้นที่ทำการเกษตรบ้าง แต่เข้าทำการดับควบคุมไว้ได้ จนกระทั่งเคสสุดท้ายเสร็จสิ้นช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา” นายอำเภอปากพลี กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้กำชับเน้นย้ำในเรื่องมาตรการที่จะต้องเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบเผานาในพื้นที่ตำบลท่าเรือที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มรางวัลสินบนนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส นำไปสู่ขั้นตอนตามกฎหมายได้ ให้รางวัลรายละ 50,000 บาท เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่อง แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ
“ในส่วนพื้นที่ที่มีการลักลอบจุดไฟเผานาที่ผ่านมาสามารถควบคุมดับไฟได้แล้ว 100% แต่พื้นที่ที่กังวลและต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษเข้มข้น คือพื้นที่ทางการเกษตรที่ยังไม่ได้เผารวมกว่า 50% ของพื้นที่ตำบลท่าเรือ จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยง
ขณะที่เจ้าหน้าเกษตรจังหวัดนครนายกกล่าวในที่ประชุมว่า อธิบดีกรมฝนหลวงได้ขึ้นบินสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว พร้อมสั่งการให้ศูนย์ฝนหลวงภาคตะวันออกวางแผนและดำเนินการสนับสนุนกับร่วมกับทางจังหวัดนครนายกเพื่อลดมลภาวะทางอากาศ

