ใช้เน็ตมากผิดปกติ!! ตร.บุกค้น 3 ตึกพาณิชย์แม่สอด ลอบปล่อยสัญญาณให้ฝั่งเมียวดี พม่า
เมื่อวันที่ 30 มกราคม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก. 1 บก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู บริษัทเอกชนที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นำหมายค้น เข้าตรวจสอบอาคาร 3 จุด ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์อยู่บริเวณเดียวกัน ใกล้สะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่ 1 บ้านริมเมย หมู่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยที่อาคารพาณิชย์ในตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบอุปกรณ์เราเตอร์ (Router) ติดตั้งอยู่บริเวณผนัง ชั้นล่างของอาคาร จำนวน 3-4 ตัว ตรวจสอบบริเวณชั้น 2 พบเสาและจานส่งสัญญาณแบบเสาส่งสัญญาณแบบ Point to Point ซึ่งมีทิศทางการส่งสัญญาณ หันไปทางเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งจากการตรวจสอบอาคารฝั่งตรงข้าม ซึ่งอยู่ในพื้นที่เมียนมา สังเกตพบเสารับสัญญาณเช่นกัน

นอกจากนี้ อีกจุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ บ้านริมเมยหมู่ 2 ตำบลท่าสายลวด เป็นอาคารพาณิชย์ใกล้เคียงกัน แต่ไม่มีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถประสานเจ้าของอาคารได้ จึงประสานผู้ใหญ่บ้านและพยานเข้าตัดกุญแจ เข้าประตูตรวจสอบ
ภายในอาคารพบเราเตอร์ 2 จุด ซึ่งยังมีการเสียบปลั๊กไฟ ใช้งานอยู่ แต่เป็นที่น่าสังเกต พบผนังอาคารมีร่องรอยการติดตั้งอุปกรณ์จำนวนมาก โดยมีตะปูยึดผนังจำนวนหลายจุด พบตะปูยึดสายไฟตกกระจาย และยังมีอุปกรณ์ภายในห้อง เหมือนเพิ่งมีการถอดอุปกรณ์ออกไปจากอาคารไม่เมื่อไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงประสาน ผู้เช่าใช้อาคาร ทำการสอบสวนขยายผล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือพนันออนไลน์ ในประเทศเมียนมา
ทั้งนี้จากการสอบถาม ผู้เช่าอาคาร เผยว่า ให้คนรู้จักมาทำการติดตั้ง โดยอาศัยใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตฟรี ทั้งบ้านที่อยู่ฝั่งไทย และในฝั่งเมียวดี
พ.ต.อ.อนุชากล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากบริษัทเอกชนที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต พบว่าอาคารดังกล่าว มีการใช้อินเตอร์เน็ตมากผิดปกติ จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบ พบของกลางดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ จะทำการสอบสวนขยายผล ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ มีการดำเนินการต่อเนื่อง พร้อมฝากถึงประชาชนแจ้งเบาะแส เผยที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาประชาชนน้อยลง แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างเต็มที่



