เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะถึงช่วงที่โรงเรียนต่างๆ เปิดเทอมสัปดาห์หน้า ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ผู้ปกครองของนักเรียนต้องพยายามบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของครอบครัวอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นปัจจุบันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย พบว่าหลายคนต้องประสบกับปัญหาหมุนเงินไม่ทัน แม้ว่าจะมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับช่วงเปิดเทอมแล้วก็ตาม
นางกัญภัทร พุดทะเล อายุ 40 ปี ผู้ปกครองนักเรียนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนเองนั้นมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายของตามตลาดนัด ซึ่งแต่ละวันจะต้องมีเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ซื้อสินค้ามาขาย เพื่อให้ได้กำไรมาใช้จ่ายในครอบครัว โดยช่วงเปิดเทอมนี้ก็ต้องมีการวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม เพราะตนเองมีลูกอยู่ 2 คน ซึ่งคนโตเป็นลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ ส่วนคนเล็กเป็นลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนเมืองนครราชสีมา
“เปิดเทอมนี้จึงต้องใช้เงินซื้อชุดนักเรียนให้รวมกว่า 2,500 บาท เพราะชุดเก่าใช้ไม่ได้แล้วจึงจำเป็นต้องซื้อชุดใหม่ให้ นอกจากนี้ยังต้องจ่ายค่าเทอมลูกชายอีก 5,000 บาท ค่าหนังสือที่แตกต่างจากรัฐบาลให้ รวมทั้งค่าห้องเรียนพิเศษอีกกว่า 3,000 บาท รวมแล้วเปิดเทอมนี้ต้องจ่ายค่าเรียนลูกๆ ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ดังนั้นเมื่อเงินส่วนนี้ถูกแบ่งออกจากเงินหมุนเวียนปกติ ก็จึงต้องมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายใหม่ โดยจะต้องจัดสรรเงินไว้ 2 ส่วน คือส่วนที่หนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่างวดรถยนต์ประมาณ 20,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าของใช้ประจำวันอีกกว่า 10,000 บาท ส่วนนี้ก็ต้องจ่ายไปตามปกติ และส่วนที่สองคือค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าเปลี่ยนยางรถยนต์ ค่าของใช้ฟุ่มเฟือย ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยว และค่าของใช้เครื่องประดับ ก็จะต้องงดไว้ก่อน ถ้าเลื่อนไปใช้เดือนถัดไปได้ก็จะต้องทำ เพื่อไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องทางการเงินในครอบครัว” นางกัญภัทรกล่าว

ด้านนางวรรณพร แดงสุริยานุกูล อายุ 34 ปี ชาว ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมนี้ ตนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับค่าชุดนักเรียนถึง 4 คน ประกอบไปด้วย ลูกสาว 3 คน เรียนอยู่ชั้น ป.6, ป.4, อนุบาล 2 ตามลำดับ และน้องสาว 1 คน เรียนอยู่ชั้น ม.6 ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดกว่า 3,000 บาท เพราะยังพอมีบางชุดที่สามารถใช้ได้ดี จึงซื้อเพียงรองเท้าและเสื้อสีขาวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีใช้จ่ายอื่นอีก เช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ และให้เงินลูกๆ ไปโรงเรียนอีกคนละ 50 บาทต่อวัน
“ขณะนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินมาจากไหนให้ เพราะลำพังตัวเองและสามีก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้วันละ 200-300 บาท แค่นำเงินรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็แทบไม่พอแล้ว โดยเฉพาะภาระค่าน้ำ 300 บาท ค่าไฟ 600 บาท ค่าของใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันอีก แต่ละเดือนต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท ดังนั้นตอนนี้ก็คิดอยู่อย่างเดียวว่า อาจจะต้องไปกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยสูง เพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวันก่อน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็จะไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว จึงอยากให้รัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายค่าชุดนักเรียนเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันอีก เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถอยู่ได้ โดยไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาใช้เหมือนตัวเอง” นางวรรณพรกล่าว


