อุทยานแห่งชาติทับลานตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโขลงช้างป่า ปิดจุดชมวิว ‘เขาสลักได’ อ.วังน้ำเขียว หลังพบเสือโคร่งเพ่นพ่านใกล้ชุมชน
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านโปร่งสนวน ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา หลายสิบคนรวมกลุ่มกันเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าตลอดทั้งคืน หลังจากช่วงนี้มีโขลงช้างป่าหลายสิบตัวพากันออกมาหากินและทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านใกล้แนวชายป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน ล่าสุด มีรายงานพบโขลงช้างป่าวนเวียนตามแนวชายป่าประมาณ 30 – 40 ตัว ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานชุดเคลื่อนที่เร็วฯได้นำโดรนจับภาพความร้อนมาบินสังเกตการณ์ให้ชาวบ้านตลอดทั้งคืนเพื่อความปลอดภัย โดยพบช้างป่าออกมาหากินนอกเขตป่า 1 ตัว

ด้านนายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) และนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ยอมรับว่า ช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานมีการรวมกันเป็นโขลงใหญ่ประมาณ 200 ตัวในฝั่งของจังหวัดนครราชสีมา และออกหากินทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่ติดชายป่าอุทยานฯทับลานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว และ ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯและเครือข่ายทุกภาคส่วนได้ผนึกกำลังร่วมกันเฝ้าระวังผลักดันช้างป่ากลุ่มนี้อย่างเข้มข้นมานานกว่า 4 เดือน ทำให้ช้างเกิดการเรียนรู้และวางแผนกระจายกำลังออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อออกหากินในพื้นที่อื่น เพื่อลดการเผชิญหากับเจ้าหน้าที่ เพิ่มอัตราความสำเร็จในการพาโขลงเข้าหากินได้มากขึ้น

“ส่วนสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตอุทยานฯทับลาน อย่างบริเวณผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียวนั้น ตอนนี้ อุทยานฯได้จัดกำลังเฝ้าระวัง ออกตรวจตราพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวพักแรมในช่วงฤดูหนาวปีนี้ ซึ่งยังไม่พบช้างป่าเข้าใกล้ในพื้นที่แต่อย่างใด แต่พบร่องรอยช้างป่าอย่างน้อย 2 ตัววนเวียนอยู่บนเขาสลักได แหล่งท่องเที่ยวชมวิวยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของ อ.วังน้ำเขียว
แต่จุดนี้ได้ปิดการท่องเที่ยวไปก่อนแล้วก่อนหน้านี้ หลังพบเสือโคร่งออกมาในชุมชนใกล้เคียงเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสัตว์ป่าอันตรายอยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไปสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม อุทยานฯจะปิดการท่องเที่ยวประจำปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูไฟป่าและเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองด้วย”

