ด่วน! บึ้มสนั่นกลางปั๊มปัตตานี เจ้าหน้าที่ EOD เจ็บสาหัส ขณะเก็บกู้วัตถุระเบิด
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้รับแจ้งจากพนักงานปั๊มน้ำมัน ปตท. ว่าพบวัตถุต้องสงสัยภายในห้องน้ำของปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาตะลุโบะ อำเภอเมืองปัตตานี จึงรายงานให้ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ทราบ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุด EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายระเบิดภายในห้องน้ำสำหรับผู้พิการ จึงทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ เพื่อความปลอดภัย ก่อนให้เจ้าหน้าที่ EOD สวมชุดบอมบ์สูทเข้าไปตรวจสอบในรอบแรก จากนั้นออกมาประเมินสถานการณ์ และกลับเข้าไปตรวจสอบเป็นครั้งที่สอง
กระทั่งเวลา 09.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในห้องน้ำผู้พิการ เสียงดังสนั่น สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ต่างพากันหลบหาที่กำบังทันที
เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ EOD ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อ ด.ต.พิชิตพาล เวชชาชีวี ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณมือขวา เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวออกจากพื้นที่ พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี
จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะที่แม่บ้านของปั๊มน้ำมันกำลังทำความสะอาดห้องน้ำ ได้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานพบวัตถุต้องสงสัยภายในห้องน้ำของปั๊ม จึงเข้าไปเปิดฝาถังเก็บน้ำตรวจสอบ และพบวัตถุคล้ายระเบิดอยู่ภายใน ก่อนจะรีบวิ่งออกมาแจ้งพนักงาน และประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ในขั้นตอนการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจฝาชักโครกผู้ใหญ่ก่อน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งกลับเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง และยกฝาชักโครกเด็กขึ้น ทำให้ระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกซ่อนอยู่เกิดทำงานทันที ส่งผลให้แรงระเบิดกระแทกเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดบอมบ์สูทกระเด็นออกมา ก่อนเพื่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาล
ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นทราบว่า ระเบิดลูกแรกที่ตรวจพบมีลักษณะเดียวกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมันเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนระเบิดลูกที่สองซึ่งเกิดการระเบิด เป็นระเบิดชนิดกระตุก เมื่อมีการขยับหรือกระทบวงจร ระเบิดจะทำงานทันที โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ด้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความคืบหน้ากรณีการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 3 จนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. รวมทั้งสิ้นจำนวน 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ตำบลสะบารัง, จุดที่ 2 บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าตะลุโบะ ตำบลตะลุโบะ และล่าสุดในจุดที่ 3 ภายในห้องน้ำคนพิการ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หน้าโรงไฟฟ้าตะลุโบะ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี อยู่ระหว่างดำเนินการเข้าตรวจสอบและเก็บกู้
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมพื้นที่และปิดกั้นสถานที่เพื่อความปลอดภัยทันที โดยหน่วยทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี และชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุต้องสงสัย
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการลาดตระเวนอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่เสี่ยง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยและซ้ำเติมเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ “สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์” โพสต์ข้อความระบุว่า
เกิดเหตุระเบิด
บริเวณห้องน้ำคนพิการ ภายในปั๊ม ปตท. หน้าโรงไฟฟ้าตะลุโบะ อ.เมืองปัตตานี
(04 ก.พ.69 เวลา 09.40น.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ทางเพจ สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์ โพสต์ภาพขณะเจ้าหน้าที่ทำการเก็บกู้ระเบิด ที่แอบซ่อนในปั๊ม จำนวน 2 จุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอรายงานความคืบหน้ากรณีตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 2 จุด ในบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
จากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) พบว่า วัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นอุปกรณ์ตั้งเวลานับถอยหลัง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายแต่อย่างใด


