เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า สถาบันฯ กำหนดโครงการเพื่อน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ในวาระ วันพระราชสมภพ ในพ.ศ.2570 เพื่อเทิดพระเกียรติ ในวาระ 100 ปีชาตกาล โดยเป็นโครงการที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ได้น้อมนำหลักการทรงงานในหลวงรัชกาลที่9 “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เป็นบันได3 ขั้นให้ชุมชนมีความเป็นเจ้าของและนำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนา ในพื้นที่ 22 จังหวัด จำนวน 82 หมู่บ้าน ที่สถาบันฯได้ดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน
นายกฤษฎากล่าวว่า มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ที่มีท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิ ได้มีมติให้สถาบันฯคัดเลือกหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาโดยน้อมนำแนวพระราชดำริ ของรัชกาลที่ 9 ครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาที่ยั่งยืน มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานพัฒนาหมู่บ้าน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จำนวน 10 หมู่ ในโอกาสเทิดพระเกียรติ วาระ 100 ปี ชาตกาล ดังนี้ 1.บ้านยอด ต.ยอด อ.สองแคว จ.น่าน 2.บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 3.บ้านโคกล่าม กับ 4.บ้านแสงอร่าม อยู่ในต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี 5.บ้านโพนงาม ต.โพนงามอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ 6.บ้านโป่งลึก กับ 7.บ้านบางกลอย อยู่ ที่ ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 8.บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา 9.บ้านโคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ 10.บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมาเผยแพร่เป็นต้นแบบให้ส่วนราชการ องค์กรเอกชน สถานศึกษา มาศึกษาดูงานเพื่อนำไปใช้แนวทางการพัฒนา โดยสถาบันฯยินดี องค์กรไหนจะปรับปรุงให้ดียิ่ง เพื่อสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ราษฎรและนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
“ครั้งนี้ทั้งมูลนิธิ และสถาบันฯได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกหมู่บ้านที่จะเป็นหมู่บ้านเทิดพระเกียรติในวาระ 100 ปีชาตกาล ในหลวงรัชกาลที่9 มีปัจจัยความสำเร็จ อย่างเช่น ต้องเป็นหมู่บ้านที่ประชาชนอยู่รอดจากปัญหาเดิม เช่น เดิมเคยอพยพไปอยู่ ประชาชนมีปัญหา น้ำ ที่ทำกิน อาหารการกินก็ไม่มี คุณภาพชีวิตแย่ แต่หลังจากสถาบันฯเข้าไปร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นพี่เลี้ยง ประชาชนเริ่มอยู่ได้มีอาชีพ คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยเห็นว่าเมื่อทำตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่9 ทำให้อยู่รอด แล้วมีเหลือกินเหลือใช้ แล้วยกเป็นเป็นต้นแบบให้ส่วนราชการ องค์กรเอกชน และหน่วยงานต่างๆมาศึกษาดูงานต่อไป เพื่อนำไปใช้แนวทางในการพัฒนาโดยสถาบันฯยินดีที่จะเผยแพร่ และถ้ามีหน่วยงานใดนำไปต่อยอดถือว่ายิ่งดี” นายกฤษฎากล่าว

