ศาลเจ้าฯ จี้ ‘เจ้าแม่หอพักปทุม’ คืนเงินทำบุญ หลังเอาไปหมก 16 ปี แอบปิดบัญชีหนี-ไม่มาประชุม
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า คลอง 3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางจิตรา อินทรวิทยนันท์อายุ 74 ปี กรรมการผู้ดูแลการเงินศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า คลอง 3 นายสมชาย ตรีพุทธรัตน์ ประธานสมาคมศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า พร้อมด้วย คณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เพื่อขอความเป็นธรรมและติดตามเงินทำบุญของศาลเจ้าจำนวน 1,000,000 บาท
โดยมีคณะกรรมการคนหนึ่ง ใช้อุบายโยกย้ายเงินไปเป็นของส่วนตัว นานกว่า 16 ปี ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างศาลเจ้าไม่เสร็จ ซึ่งการก่อสร้าง มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ความสูง 2 ชั้น โครงสร้างหลักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังอยู่ในสภาพ “กึ่งสำเร็จรูป” แต่ยังไม่ผ่านการฉาบปูนและทาสีในหลายส่วน ชั้นล่างมีลักษณะเป็นพื้นที่โถงสูงแบบเปิดโล่ง มีเสากลมขนาดใหญ่รองรับน้ำหนักตัวอาคาร ด้านล่างยังคงเห็นกองวัสดุก่อสร้างและสภาพพื้นปูนที่ยังไม่เรียบร้อย
ส่วนชั้นบน เป็นส่วนวิหารหลักที่เห็นเค้าโครงทางสถาปัตยกรรมจีนอย่างชัดเจน มีการติดตั้งโครงหลังคาตามแบบศิลปะจีนโบราณ แต่ส่วนใหญ่ยังถูกล้อมรอบด้วย “นั่งร้านไม้ไผ่” ที่แสดงให้เห็นว่างานสถาปัตยกรรมภายนอกและการตกแต่งผนังถูกทิ้งค้างไว้ ไม่สามารถดำเนินการต่อให้เสร็จสมบูรณ์ได้
ซึ่งจุดที่ก่อสร้างเสร็จบางส่วน พบว่ามีเพียงส่วนของ ซุ้มประตูหรือศาลาขนาดเล็กด้านหน้า ที่มีการลงสีแดงสดและตกแต่งลวดลายมังกรอย่างสวยงาม รวมถึง “เสามังกร” (เสาฟ้าดิน) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน ซึ่งตัดกับภาพลักษณ์ของตัวอาคารหลักที่ยังเป็นโครงปูนสีเทาและเต็มไปด้วยนั่งร้านซึ่งภาพรวมอาคารยังคงมีสภาพเป็นไซต์งานก่อสร้างที่หยุดดำเนินการ

ซึ่งนางจิตรา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเงินก้อนดังกล่าวถูกเก็บไว้ในบัญชีธนาคารในรูปแบบ “บัญชีร่วม” ที่ต้องมีกรรมการ 3 ท่านลงนามร่วมกันจึงจะเบิกถอนได้ เพื่อป้องกันการทุจริต แต่ต่อมา นางเจ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ ทำธุรกิจหอพักขนาดใหญ่บริเวณตำบลคลอง 6 อำเภอคลองและธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างร้านใหญ่โต ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ได้เสนอให้ย้ายเงินจำนวน 1 ล้านบาทไปฝากในบัญชีส่วนบุคคลของนางเจแทน โดยอ้างว่าจะช่วยให้การเบิกจ่ายสะดวกขึ้นและสามารถบริหารจัดการเรื่องดอกเบี้ยได้ดีกว่า “เงินทุกบาทมาจากศรัทธาของชาวบ้าน ป้าอยากให้เขานำกลับมาคืนศาลเจ้า เพื่อให้การก่อสร้างที่ใช้งบถึง 19 ล้านนี้สำเร็จเสียที อย่าเอาเงินส่วนรวมไปเป็นส่วนตัวเลย”
นางจิตรา กล่าวเพิ่มว่า พิรุธเริ่มปรากฏชัดเมื่อคณะกรรมการมีความจำเป็นต้องใช้เงิน 1 ล้านบาทดังกล่าวเพื่อดำเนินงานก่อสร้างศาลเจ้าให้แล้วเสร็จ แต่นางเจ กลับบ่ายเบี่ยง และมีการนำสมุดบัญชีมาให้แต่กลับพบว่าเป็นเพียง “สมุดบัญชีเก่า” ที่ถูกปิดบัญชีไปแล้วตั้งแต่ปี 2010 (พ.ศ. 2553) และมาทราบภายหลังว่า นางเจ มีพฤติกรรม เปิด-ปิดบัญชีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คณะกรรมการและชาวบ้านต่างวิตก ว่าเงินล้านที่มาจากศรัทธาประชาชนนั้นอยู่ไหนหรือถูกนำไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวแล้ว ซึ่งคณะกรรมมีการติดตามสอบถามหลายครั้งแต่ก็ถูก บ่ายเบี่ยงมาตลอด เช่น อ้างว่าให้เราลงเสาเข็มก่อนถึงจะคืนแต่จนทุกวันนี้ เราพยายามติดตามแล้วก็ไม่คืน เชิญมาประชุมก็ไม่มา
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีหากยังไม่มีการคืนเงิน และขอวิงวอนให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงติดตามเงินคืนด้วย



