ย่า วอนหลานก่อเหตุชิงทอง รับสารภาพ พี่สาวยัน น้องไม่ได้ติดเกม ไม่ขัดสนเรื่องเงิน
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่ที่ 2 ตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบ้านที่เยาวชนอายุ 16 ปี ที่ก่อเหตุชิงทองในร้านทอง ห้างสรรพสินค้า กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับปู่และย่า ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวก่ออิฐบล็อก ภายในบ้านมีการวางแคร่ที่นอนไว้ ข้างฝาผนังซึ่งเป็นที่นอนของเยาวชนคนดังกล่าว และพบกับย่า อายุ 73 ปี นั่งพูดคุยอยู่กับพี่สาวอายุ 21 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเยาวชนคนนี้

ย่าได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้าน ก่อนเล่าว่า ตนเลี้ยงหลานชายคนนี้ตั้งแต่แบเบาะ เนื่องจากพ่อและแม่แยกทางกัน กระทั่งหลานชายเข้าเรียนในโรงเรียนกีฬาแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ก็เป็นนักกีฬากรีฑา ได้เหรียญรางวัลหลายรายการ ก่อนตัดสินใจออกจากโรงเรียนมาทำงานเป็นพนักงานขนส่งพัสดุเอกชน มีเงินเดือนที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้และบางครั้งก็นำเงินมาให้กับตนด้วย
ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาขัดสนเรื่องเงิน ตนจึงไม่รู้ว่าหลานชายก่อเหตุชิงทองไปด้วยสาเหตุใด แต่เมื่อถูกจับกุมได้แล้ว ก็อยากจะสื่อสารไปถึงหลานชายให้รับสารภาพบอกความจริงกับตำรวจให้หมด เพื่อให้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย

ด้านพี่สาวก็บอกว่า ที่ผ่านมาตนกับน้องชายคนนี้สนิทกันมาก และไม่เคยเห็นน้องติดเกมหรือเล่นโทรศัพท์เป็นระยะเวลานาน แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนที่เข้านอนคนเดียวจะคุยโทรศัพท์กับใครบ้าง เพราะตนเชื่อว่าน้องชายไม่ได้ตัดสินใจก่อเหตุด้วยตัวเอง แต่อาจจะมีคนแนะนำ หรือชักจูงให้ก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายืนยันว่าน้องชายไม่มีปัญหาขัดสนเรื่องเงิน เพราะหากทำงานได้เงินเดือนมาแล้วก็จะดูแลปู่กับย่าที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ยังให้เงินหลานๆ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน ส่วนสาเหตุที่ออกมาจากโรงเรียน เนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้น้องชายเป็นนักกีฬากรีฑา และมุ่งมั่นที่จะตั้งใจซ้อมกีฬาให้เก่ง ทำให้การเรียนหลายวิชาติดศูนย์ ทำให้ท้อไม่อยากเรียนหนังสือต่อ จึงออกมาทำงานเป็นพนักงานขนส่งพัสดุเอกชน หลังก่อเหตุแล้ว น้องชายก็ไม่ได้ติดต่อญาติแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนจะเห็นจากข่าวว่าน้องชายไปก่อเหตุชิงทอง ก็ทำให้คนในครอบครัวตกใจอย่างมาก

