หน้าแรก ภูมิภาค จนท.ทหารปะทะเ...

จนท.ทหารปะทะเดือดกลุ่มลักลอบขนยาเสพติดบริเวณชายแดนแม่สาย-ดับ 8 ศพยังกอดกระสอบยาแน่น

14.05.17 | 10:41 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า ผบ.ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พ.อ.ธงชัย มีอนันต์ รอง ผบ.ฉก.ม.3 พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ รอง ผบ.ฉก.ทพ.31 พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ตรงช่องทางป่าเขาเขตหมู่บ้านผาหมี ม.6 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ห่างจากชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร หลังจากช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้อาวุธปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังล้อมจุดปะทะเอาไว้ เพราะเป็นเวลากลางคืนหากเข้าไปตรวจสอบทันทีอาจไม่ปลอดภัย

ผลจากการตรวจสอบพบบริเวณดังกล่าวเป็นป่าไผ่ที่มีลานกว้างเป็นช่องทางเดิน โดยพบฝ่ายตรงกันข้ามเป็นชายฉกรรจ์นอนเสียชีวิตอยู่ตามพื้น แต่ละศพมีรูปพรรณสัณฐานเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีอายุตั้งแต่ 30-40 ปี คาดว่ามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเดินป่าและรองเท้าเดินป่าครบครัน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่นับศพผู้เสียชีวิตพบว่ามีจำนวน 8 คน โดยมีผู้ที่ถืออาวุธปืนมาด้วยจำนวน 3 คน เป็นปืนขนาดเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก และปืนเอเค 47 จำนวน 1 กระบอก นอกจากนี้พบกระเป๋าเป้ที่ดัดแปลงจากกระสอบฟางที่แต่ละคนแบกไปด้วยจำนวน 6 เป้ ภายในมียาเสพติดประเภทยาบ้า ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามีรวมกันประมาณ 600,000 เม็ด

การปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ของวันที่ 13 พฤษภาคม หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารสืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตรงจุดดังกล่าว จึงได้จัดชุดปฏิบัติการไปทำการดักซุ่ม ต่อมาพบกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนประมาณ 15 คน เดินเป็นกลุ่มเข้ามาโดยอาศัยความมืด และป่าเขาในการเร้นกาย เจ้าหน้าที่ยังสังเกตเห็นหลายคนแบกกระเป๋าเป้ที่ดัดแปลงจากกระสอบฟางลักษณะเดียวกับสัมภาระที่ใช้ขนยาบ้าที่ทางเจ้าหน้าที่เคยตรวจยึดมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าชายฉกรรจ์บางคนถืออาวุธปืนยาวประจำกายคุ้มกันกองคาราวานดังกล่าวมาด้วย

เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณวางอาวุธ และจะเข้าไปตรวจค้นแต่ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงมาตามเสียงที่เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนทำให้เกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยการปะทะเกิดขึ้นนานกว่า 5-10 นาทีท่ามกลางความมืดของป่าเขา กระทั่งเสียงปืนจากฝ่ายตรงกันข้ามเงียบลงเจ้าหน้าที่จึงวางกำลังล้อมเอาไว้และเข้าตรวจสอบในช่วงเช้าดังกล่าว ล่าสุดได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการขยายผลตามขั้นตอนต่อไป

Advertisement