ผู้ว่าฯเชียงราย ถก ตร.-หน่วยมั่นคง รับมือแก๊งคอล ย้ายฐานประชิดชายแดน เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อชวนทำงานรายได้ดี-เปิดบัญชีม้า
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมอู่หลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หารือร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.) และหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบชายแดนไทย-เมียนมา-ลาว
ซึ่งล่าสุดพบว่า เครือข่าย ‘สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ย้ายฐานปฏิบัติการมาประชิดชายแดนเชียงราย ฝั่งเมียนมา (ท่าขี้เหล็ก) เป็นแหล่งรวมกาสิโนและสถานบันเทิงครบวงจร เป็นฐานใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการใช้แรงงานบังคับและหลอกลวงคนไปทำงาน หากใครขัดขืนอาจถูกทำร้ายและกักขัง และฝั่งลาว (เขตเศรษฐกิจพิเศษคิงส์โรมัน) กลายเป็นแหล่งกบดานของสแกมเมอร์ ล่าสุดโดนบุกกวาดล้าง รวบตัวผู้ต้องหาได้กว่า 771 ราย มีทั้งคนลาว เมียนมา จีน และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ระหว่างตุลาคม 2568 – มกราคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จับกุม Mr.Hu Haojie พร้อมบัตร ATM กว่า 2,057 ใบ สารภาพทำหน้าที่กดเงินและโอนเงินตามคำสั่งเครือข่ายผ่านแอปฯ Lark ซึ่งเข้าข่ายการเป็นเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกรณีจับกุมการลักลอบส่ง “สมุดบัญชี-ซิมการ์ด” ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เตรียมส่งข้ามไปให้แก๊งสแกมเมอร์ที่ลาว และจับกุมแรงงานต่างด้าวกระทำผิดรวมกว่า 288 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา จีน และลาว ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชูชีพ กล่าวว่า ฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อคำชักชวนไปทำงานรายได้ดีที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และ อย่ารับจ้างเปิดบัญชีม้า หรือส่งมอบบัตร ATM ให้ผู้อื่นเด็ดขาด เพราะอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอาชญากรรมระดับโลกโดยไม่รู้ตัว

