ผู้ประกอบการ ร้องผู้ว่าฯภูเก็ต หลังไฟไหม้สปีดโบ๊ตอ่าวฉลอง นานนับเดือนไร้วี่แววคนรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 13.30 น. กลุ่มเจ้าของเรือสปีดโบ๊ต ที่เกิดเพลิงไหม้บริเวณใกล้ท่าเรือเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวฉลอง อ่าวฉลองตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นำโดยนางสุพรรณีย์ นุกูลพาณิชย์ เจ้าของกิจการ RAYA YAI ISLAND RESORT และเรือสปีดโบ๊ต พร้อมด้วย เจ้าของเรือสปีดโบ๊ตที่เกิดเพลิงไหม้จำนวน 10 กว่าราย เข้าร้องเรียน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็หลังใหม่ โดยมีนายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ตและ เจ้าหน้าที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต มาร่วมรับฟังข้อเท็จจริง ตลอดจนข้อเรียกร้องที่ต้องการให้จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
อ่านข่าว – ไหม้เรือสปีดโบ๊ตเกือบ 10 ลำ ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง ภูเก็ต จนท.เร่งหาสาเหตุ
ทั้งนี้กลุ่มเจ้าของเรือสปีดโบ๊ตที่เกิดความเสียหาย ได้จัดทำป้ายระบุข้อความเรียกร้องให้ทางราชการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเนื่องจากเหตุเกิดเพลิงไหม้สปีดโบ๊ตมีมาตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว และข้อความต่างๆประกอบไปด้วย ไม่อยากเห็นซากเรือเป็นอนุสาวรีย์หน้าหาด,ท่านนายกอนุทินช่วยด้วยคะ ขอให้ช่วยลงมาดูความเสียหายการท่องเที่ยวของภูเก็ต, เห็นแก่ตัว…, ท่านนายกอนุทินช่วยด้วย, ทำลายสิ่งแวดล้อมทำลายบรรยากาศทำลายการท่องเที่ยว,ท่าเรืออ่าวฉลองแย่แล้วคะเหม็นไหม้, เกาะสวรรค์หรือเกาะนรก, คนผิดอยู่ไหนไร้ความรับผิดชอบ, กลิ่นเหม็นนักท่องเที่ยวบ่นไม่มีคนรับผิดชอบ

นางสุพรรณีย์ นุกูลพาณิชย์ ตัวแทนผู้ประกอบการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีตัวแทนผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ จากการติดต่อประสานงานไปยังนายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง ได้รับคำตอบว่าเทศบาล ไม่มีงบประมาณในการดำเนินการแก้ไขปัญหา หรือเคลียร์ซากสปีดโบ๊ต ที่เกิดเพลิงไหม้ และสภาพธรรมชาติหาดทรายชายทะเล ที่เกิดเหตุต้องใช้เงินงบประมาณส่วนตัวของนายกเทศมนตรีฉลอง ในเรื่องนี้เจ้าของเรือที่เสียหายได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรฉลองและให้ปากคำไปตั้งแต่ต้น ปัญหาเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น จะต้องหาคนรับผิดชอบอย่างเร่งด่วน และกลุ่มผู้เสียหายจะต้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา อาจจะจำเป็นจะต้องปรึกษาทนายความมารับผิดชอบในการฟ้องร้องเป็นหมู่คณะ จะเหมาะสมกว่า เพราะในขณะนี้คดีความยังไม่มีความคืบหน้าเลยอย่างไรก็ดีในขณะนี้พิสูจน์หลักฐาน กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค8 ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ

ปัญหาเฉพาะที่สำคัญคือผู้เสียหายจำเป็นจะต้องไปเช่าเรือสปีดโบ๊ต มาจากเจ้าของเรือรายอื่น เพื่อนำมาประกอบการในต้นทุนสูงถึงลำละ 20,000 บาทต่อวัน และทราบว่าธนาคาร SMEs เข้ามารับทราบปัญหาแล้วแต่ยังไม่มีแนวทางการช่วยเหลือสนับสนุนแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล ในขณะนี้มีนักท่องเที่ยว ที่ไปใช้บริการขึ้นลงสปีดโบ๊ต ที่บริเวณชายหาดอ่าวฉลอง ประมาณ 3,000 คนต่อวัน จะได้กลิ่นเหม็นไหม้เน่าเหม็นของซากเรือสปีดโบ๊ต ทำให้ภาพลักษณ์ที่เสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตโดยตรง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวหรือประชาชนได้ถ่ายภาพเอาไว้ และนำไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆของสังคมออนไลน์ ผู้ประกอบการก็ไม่อยากจะให้ ภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตเสียหายไปมากกว่านี้ และยืนยันว่าการเก็บกู้ซากเรือสปีดโบ๊ตนั้น ยังไม่เรียบร้อยเสร็จสิ้น ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 4 ลำ รวมไปถึงเศษซากจากเพลิงไหม้ที่ปรากฏอยู่บนชายหาดเป็นทัศนะอุจาดด้วย
นายกองเอกอดุลย์ ได้รับฟังแนวความคิดของกลุ่มผู้เสียหายและกล่าวขอโทษทุกคน ในกรณีที่บอกว่าต้องจัดหาถุงยังชีพมอบกับผู้เสียหายทั้งหมดในช่วงที่เกิดเหตุ เนื่องจากฟังข้อมูลมาจากกลุ่มผู้เสียหายเอง ว่าวันพรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน ซึ่งอาจจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ดีจังหวัดภูเก็ตไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ ตำบลกะรนหรือ เทศบาลนครภูเก็ต รวมไปถึงเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานสิ่งแวดล้อมที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือเก็บกู้เก็บกู้ซากเรือสปีดโบ๊ต

หลังจากที่มีการประชุมที่ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวอ่าวฉลอง ในวันเกิดเหตุตามความเข้าใจของจังหวัดคือ ได้รับรายงานจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่เข้าไปช่วยเหลือ ว่ามีการเคลียร์ซากเรือสปีดโบ๊ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ได้โทรศัพท์ถึง นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง และพลตำรวจตรี สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อทราบถึงการดำเนินการทางคดีรวมไปถึงตำรวจพิสูจน์หลักฐานและทราบว่าจะทราบผลประมาณสัปดาห์นี้
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในทันที จึงขอนัดหมายให้กลุ่มผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ต ที่ได้รับความเสียหาย และยังไม่มีการเก็บกู้ซากเรือในพื้นที่เกิดเหตุ ให้ไปพบปะกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าท่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลฉลอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวภูเก็ต หรือ PHUKET PIER เพื่อสรุปข้อมูลให้สอดคล้องตรงกันในการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนของกลุ่มผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ตในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งเก็บกู้ซากเรือที่เหลืออยู่ซากเรือที่เหลืออยู่ประมาณ 4 ลำ คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 7 วัน และจะติดต่อประสานงานให้เจ้าของเรือสปีดโบ๊ตต้นเพลิงไปพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลองและกลุ่มผู้เสียหายในการไกล่เกลี่ยหรือช่วยเหลือความเสียหาย ที่เกิดขึ้น

และทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีไว้และให้ปากคำพนักงานสอบสวนเอาไว้แล้ว ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้นายอำเภอเมืองภูเก็ต จัดจิตอาสาเข้าไปรณรงค์รักษาความสะอาดชายหาดหรือร่อนกรองเศษซากเรือสปีดโบ๊ตให้สะอาดเรียบร้อย และตามที่กลุ่มผู้เสียหายเรียกร้อง ขอให้ทางจังหวัดกำชับในเรื่องของการดำเนินคดีในเรื่องนี้ได้หารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตไปแล้ว และจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายที่มีอยู่เท่านั้น
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้น กลุ่มผู้เสียหายกลุ่มผู้เสียหาย อาจจะมีแนวคิดในการฟ้องร้องคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาแต่ข้อเท็จจริงผู้เสียหายต้องรับผิดชอบในหรือไม่ ข้อเท็จจริง คือ มีการฝ่าฝืนในที่ห้ามจอดเรือบริเวณชายหาดอ่าวฉลองทั้งๆ ที่จะต้องไปจอดที่ท่าเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตามระเบียบที่ถูกต้อง และมีพื้นที่เพียงพอ ถือเป็นการผิดกฎหมายที่จอดเรือบนชายหาดมาโดยตลอด และในเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ตที่เสียหาย แจ้งว่าค่าจอดเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีอัตราสูง สำหรับในอดีตเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ตเกิดขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้กับผู้ประกอบการ 1 ราย เกิดความเสียหายเรือถึง 5 ลำ และเหตุการณ์ครั้งนี้ล่าสุดและเหตุการณ์ครั้งนี้ล่าสุด 24 ลำ ผู้เสียหายผู้เสียหาย 15 ราย หากไม่มีการจัดระเบียบจอดเรือ speed Boat เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่อไปปัญหาเกิดเหตุเพลิงไหม้นั้นก็จะมีขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3-4ไปเรื่อยๆ

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเหตุระเบิดมีเหตุระเบิด จากบ้านหลังหนึ่งและลุกลามไปยังบ้านของเพื่อนบ้านใกล้เคียง สร้างความเสียหายเกิดขึ้น ในเรื่องนี้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของบ้านต้นเพลิง ที่จะต้องรับผิดชอบบังคับคดีขายทรัพย์สินนำมาชดใช้ค่าเสียหายจนถึงปัจจุบัน ในกรณีของเรือสปีดโบ๊ตที่เกิดเพลิงไหม้ที่จังหวัดภูเก็ตนี้ ก็เช่นเดียวกันพนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ได้และเป็นไปตามกระบวนการของทางราชการแน่นอน
ข่าวแจ้งว่าเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ตที่เกิดขึ้น เจ้าของเรือสปีดโบ๊ตที่มีสำนักงานใกล้เคียงกับพื้นที่เกิดเหตุมีบันทึกภาพจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดหรือCCTV และปรากฏว่ามีภาพเรือต้นเพลิงอย่างชัดเจน ในช่วงเกิดเหตุในช่วงเกิดเหตุมีพนักงานเฝ้าประจำเรือและ ทราบว่าเจ้าของเรือก็ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรือของตนเองด้วยแต่ในขณะนี้ยังไม่มีพฤติกรรมออกมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น


