เชียงใหม่เจอ13จุดความร้อน เข้มไฟป่าป้องปรามมือเผา สร้างฝาย-ป่าเปียก อช.ดอยสุเทพ-ปุย
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ห้องปฏิบัติการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
โดยสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนเกิดขึ้น 13 จุด ช่วงเช้า 5 จุด และช่วงบ่าย 8 จุด ทำให้ขณะนี้มีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2569 รวมเป็น 69 จุด แต่ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 ที่ผ่านมาถึง 90% ขณะที่ค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน 1 วันเท่านั้น ขณะที่ปี 2568 เกินมาตรฐานถึง 9 วันในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า จ.เชียงใหม่ เริ่มมีแนวโน้มการเกิดจุดความร้อนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอทางโซนใต้ของจังหวัด คือ อ.ดอยเต่า อ.แม่แจ่ม และ อ.อมก๋อย และที่น่าเป็นห่วงคือ เริ่มมีจุดความร้อนในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมากขึ้น ปัจจุบันเกิดขึ้นถึง 37% เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้ง และมีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมากที่พร้อมจะเผาไหม้ จึงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มข้นการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งการตรวจตรา เฝ้าระวัง การลงพื้นที่ลาดตระเวน และการบังคับใช้กฎหมาย และเร่งรัดการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทั้งด้านธุรการ การเงิน และแผนปฏิบัติงานที่ยังไม่เรียบร้อยให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถนำมาใช้ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ คาดการณ์สภาพอากาศว่า ในระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์นี้ มีโอกาสเกิดฝนได้เล็กน้อย จากนั้นจะทิ้งช่วงและจะกลับมาตกอีกครั้งในช่วงวันที่ 19-22 กุมภาพันธ์ ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มความชื้นและทำให้สภาพอากาศในช่วงนี้ดีขึ้น
พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 (ศปก.ปกป.ภาค 3 สน.) จัดกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการลาดตระเวนของกองพลทหารราบที่ 7 และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ลงพื้นที่รอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์เพื่อลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่ล่อแหลม พร้อมสำรวจพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำและชะลอน้ำในลำห้วยแม่สรวย ลดการกัดเซาะ ดักตะกอน รวมทั้งเตรียมสร้าง “ป่าเปียก” ช่วงฤดูแล้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินและพืช ลดความเสี่ยงไฟป่าในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พ.อ.วรา อุตรพงศ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ม.(ท.) ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนกำลังทหารพราน 1 กองร้อยจากศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ส่วนหน้า) เพื่อลาดตระเวน ป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จว.ช.ม. ห้วงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพเป็นพื้นที่กว้างครอบคลุมเขตรอยต่อ 5 อำเภอ คือ อ.เมืองเชียงใหม่ อ.หางดง อ.แม่วาง อ.แม่ริม และ อ.สะเมิง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณฝั่งหน้าดอยสุเทพที่ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่ริม มักเกิดสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชนมีเส้นทางเข้า-ออก พื้นที่หลายเส้นทาง ประกอบกับเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวหลายตำบล เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ไฟป่าจะมีความรุนแรงและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้มีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่

