หน้าแรก ภูมิภาค ไฟป่า ไหม้สถา...

ไฟป่า ไหม้สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช โคราช รวมกว่า 4 พันไร่

13.02.26 | 11:22 น.

ไฟป่าลามไหม้สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช โคราช เกือบ 4,000 ไร่แล้ว จนท.เร่งฉีดน้ำสกัดตามแนวกันไฟ

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. ของวันที่ 12 ก.พ. เกิดเหตุไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรง บริเวณบ้านวังน้ำเขียว ในพื้นที่ของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ไฟลุกลามมุ่งหน้าไปทางบ้านบะด่าน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยฯ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถน้ำจาก อบต.อุดมทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสกัดไฟ เนื่องจากไฟลามไหม้อย่างรวดเร็ว

ด้านกำนันตำบลอุดมทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังน้ำเขียว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน สารวัตรกำนันตำบลอุดมทรัพย์ ได้ร่วมออกสังเกตการณ์เฝ้าระวังไฟป่า พร้อมกับแจ้งรายงานให้นายอำเภอวังน้ำเขียวรับทราบ แม้ว่าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ที่มีพื้นที่ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเขาหลวง อำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จะได้ทำแนวกันไฟตามเส้นทางไว้แล้ว แต่เหตุไฟไหม้ป่าครั้งนี้ที่มีจุดเริ่มต้นบริเวณป่ายูคาลิปตัสข้างป่าสะแกราชฯ เปลวไฟได้ปะทุอย่างรุนแรงและไหม้ลามอย่างรวดเร็ว ทำให้เพลิงเผาไหม้ป่าอนุรักษ์ไป 3,000 กว่า ไร่

นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช กล่าวว่า “สภาพป่าในพื้นที่ดูแลของสถานีวิจัยสะแกราชฯ จะเป็นป่าเต็งรังซึ่งเป็นป่าที่ทนไฟอยู่แล้ว และจะเกิดไฟไหม้ป่าเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าแล้ง เพราะเป็นธรรมชาติของป่าในระบบนิเวศนี้อยู่แล้ว เพียงแต่จะเกิดเร็วเกิดช้าเท่านั้นเอง พื้นที่ป่าเต็งรังมีอยู่ประมาณ 6,400 ไร่ ครอบคลุมอำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัย ถูกไฟไหม้ไปประมาณเกือบ 80% แต่ยังไม่กระทบสร้างความเสียหายต่อต้นไม้ ส่วนใหญ่จะมีลำต้นที่ทนไฟ แต่ไฟยังปะทุอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง นำรถน้ำ รถดับเพลิงมาฉีดสกัดเอาไว้ตามเส้นทางแนวกันไฟ เพราะรถไม่สามารถขับเข้าไปในป่าได้ ต้องฉีดน้ำสกัดเอาไว้ไม่ให้ลุกลามไปบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่โดยรอบสถานีวิจัยฯ

Advertisement

“ส่วนแนวกันไฟในพื้นที่ที่ทำไว้กว้าง ประมาณ 3 เมตรตามสภาพป่านั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการชิงเผาเพื่อควบคุมเชื้อไฟไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่สถิติจะเกิดไฟไหม้ป่าเต็งรังในพื้นที่ทุกปี พื้นที่ความเสียหายก็น่าจะอยู่ที่ 80% หรือประมาณสัก 4,000 ไร่ ของทั้งหมด 6,400 ไร่ เป็นธรรมชาติของระบบนิเวศ ถ้าเราป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ป่าหลายๆ ปี ระบบนิเวศของป่าแห่งนี้จะหายไป กลายเป็นป่าดิบแล้งแทน และถ้าเป็นป่าดิบแล้ง พวกกระต่ายป่า นกคุ่ม นกกระทา และสัตว์อื่นๆ ในป่าสงวนชีวมณฑลสะแกราช ก็จะอยู่ไม่ได้” นายสุรชิต กล่าว และว่า เวลานี้ได้ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามแนวเขตแดน ไม่ให้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ของชุมชน และประสานรถดับเพลิงไว้แล้ว