เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า นำคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการรื้อถอน 2 รีสอร์ทภูทับเบิก ประกอบด้วย ป่าไม้ ตชด. ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ราว 250 นาย พร้อมเครื่องจักรกลลงพื้นที่บริเวณรีสอร์ททับเบิกฮิลล์ และกอดภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างถาวรที่ยังเหลือตกค้างภายในทั้ง 2 รีสอร์ทดังกล่าว จากนั้นทำการปรับเคลียร์พื้นที่ดังกล่าวพร้อมขนย้ายเศษวัตถุคอนกรีตจากการรื้อถอน ใส่รถบรรทุกเพื่อเคลื่อนย้ายนำลงมาทิ้งบริเวณพื้นล่างเพื่อจะเร่งปิดจ๊อบการรื้อถอนทั้ง 2 รีสอร์ทให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนคณะเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างภายในรีสอร์ทกอดภูทับเบิก ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้า ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารชุด EOD จากกองพลทหารม้าที่ 1 ใช้อุปกรณ์ตรวจค้นหาวัตถุระเบิดภายในบริเวณรื้อถอนก่อน จากนั้นจึงเคลื่อนรถแบ็กโฮเข้ารื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างทันที นอกจากนี้ ระหว่างรถแบ็กโฮทำการรื้อถอน ทางผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ทได้มาเฝ้าสังเกตการณ์การรื้อถอนของรถแบ็กโฮตลอดเวลา โดยไม่มีการต่อต้านหรือขัดขวางแต่อย่างไร ในทางตรงกันข้ามยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีอีกด้วย
ด้านนางอารียา คัมภีระ เจ้าของทับเบิกฮิลล์ นำลูกจ้างเก็บขนย้ายเศษวัสดุที่ถูกรื้อ ไปกองรวบรวมไว้ โดยนางอารียาแจ้งว่า วัสดุเหล่านี้ส่วนใหญ่มีผู้ติดต่อรับซื้อหมดแล้วเพียงแต่รอขนย้ายเท่านั้น สำหรับเงินจากการขายวัสดุก็คงนำไปชำระหนี้ที่กู้ธนาคารมาสร้างรีสอร์ทดังกล่าว ซึ่งเวลานี้ยังติดหนี้ธนาคารหลายล้านบาท แม้ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาจะลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาทก็ตาม แต่ก็ได้ทุนคืนบ้างแล้ว แต่มาช่วงท้ายๆ ที่ลงทุนเพิ่มเติม เพราะทางราชการส่งสัญญาณต้องการให้ทำที่พักรองรับนักท่องเที่ยวให้มาตรฐาน แต่ไม่คาดคิดจะมาปรับเปลี่ยนท่าทีในภายหลัง

ด้านนายสมลักษ์กล่าวว่า สาเหตุที่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักเข้าปฏิบัติการเพราะสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะเป็นตอม่อหรือเสาคอนกรีต นอกจากนี้โครงสร้างที่เหลือตกค้างก็ไม่สามารถจะรื้อถอนด้วยแรงงานหรือแรงคนได้ ส่วนการเข้าเคลียร์พื้นที่ก็พยายามเก็บกวาดให้หมดเพราะในอนาคตจะต้องทำแผนฟื้นฟูกันอีกรอบ ส่วนปัญหาอุปสรรคทางฝ่ายเจ้าหน้าที่คงไม่มี จะมีก็แต่ฝ่ายผู้ประกอบการเนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างน้อยทำให้เหลือวัสดุที่จะรื้อไปขายได้น้อย แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามช่วยผ่อนปรนให้มากที่สุดแล้ว ส่วนการรื้อถอนในภาพรวมค่อนข้างพึงพอใจแม้จะเลยกำหนดเวลาปิดจ๊อบออกไปราว 2-3 วันแต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่สำคัญทางผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นายสมลักษ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเหลือเป้าหมายที่จะรอรื้อถอนอีก 13 รีสอร์ทซึ่งเป็นผู้ประกอบการจากภายนอกและชาวม้งนอกพื้นที่ ก็อยากเรียนว่าทางเจ้าของหรือผู้ประกอบการรายไหนสามารถรื้อได้ก่อนก็ขอให้ดำเนินการได้เลย เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น เหมาะแก่การรื้อถอน และทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เร่งรัดการรื้อถอน ซึ่งแตกต่างจากในรายที่มีการแจ้งหมายหรือปิดประกาศจนครบกำหนดเวลาแล้ว
“ส่วนค่าใช้จ่ายการรื้อถอนของทางเจ้าหน้าที่จะมีคณะทำงานอีกชุดเป็นฝ่ายดำเนินการ โดยฝ่ายรื้อถอนจะส่งรายการค่าใช้จ่ายไปให้พิจารณาเพื่อจะเรียกคืนจากผู้ประกอบการหรือเจ้าของรีสอร์ท” นายสมลักษ์กล่าวและว่า สำหรับการเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ทที่ถูกรื้อถอนไปก่อนหน้านี้ ก็มีหลายรายที่อุทธรณ์มาจึงอยู่ระหว่างการโต้แย้ง อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดก็คงต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล เพื่อให้เป็นผู้ตัดสินหรือพิจารณาไกล่เกลี่ยต่อไป


