หมอภาณุ ผู้สมัครสส.ภูมิใจไทย นำคลิปซื้อเสียง ร้อง กกต.อุดร ค้านผลการเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.ภาณุ พรวัฒนา อายุ 54 ปี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุดรธานี เขต 4 หมายเลข 7 พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาพร้อมกับทนายความ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านผลการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการซื้อสิทธิขายเสียง พร้อมหลักฐานและพยาน โดยมีนายสายันต์ สายแก้ว รอง ผอ.กกต.อุดรธานี ว่าที่ร้อยตรี ศุภวัชช บุญไชย พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ กกต.อุดรธานี เป็นผู้รับหนังสือ
ซึ่งหนังสือคัดค้านผลการเลือกตั้ง ระบุว่า ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงตามกฎหมาย ขอยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 4 โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีหัวคะแนน ได้แจกจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบริเวณข้างปั๊มน้ำมัน ก่อนเข้าหมู่บ้านม่วง หมู่ 9 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีหลักฐานเป็นซองบรรจุเงินสด 7 ซอง (ซองละ 300 บาท) ระบุชื่อบุคคลไว้ชัดเจน เพื่อให้หัวคะแนนนำไปแจกจ่าย จูงใจให้ลงคะแนน โดยมีผู้บันทึกคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 หัวคะแนนและพยาน รวม 7 คน พร้อมหลักฐานซองเงิน บัญชีรายชื่อ คลิปวีดีโอ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน พรบ.การเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (1) จึงขอให้ กกต.จ.อุดรธานี โปรดพิจารณาสืบสวน สอบสวน และวินิจฉัยความผิดของผู้สมัครดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งนายสายันต์ สายแก้ว รอง ผอ.กกต.อุดรธานี ได้รับหนังสือ และรับปากว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
นพ.ภาณุ เปิดเผยว่า มายื่นคัดค้านผลการเลือกตั้ง เนื่องจากมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ซึ่งภาพในคลิปเป็นการถ่ายบุคคล ซึ่งมาล่ารายชื่อ แล้วก็เตรียมที่จะแจกเงินในการซื้อสิทธิขายเสียง มีการระบุถึงเบอร์ผู้สมัคร แล้วก็ว่ามีการระบุว่าจะนำเงินไปให้คนอีกทั้งหมด 6 คน ซึ่งมีข้อมูลมากกว่านั้น แต่ว่าการหาหลักฐานหาคลิปเป็นไปได้โดยลำบาก เพราะว่าการซื้อสิทธิขายเสียงมีทั้งเขต ก็คาดหวังว่า กกต.หลังจากได้รับเรื่องแล้ว ซึ่งมีรายชื่อพยานชัดเจน มีรายละเอียดจากในคลิปชัดเจน แล้วก็มีผู้เกี่ยวข้องชัดเจน ก็หวังว่าทาง กกต.จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผล แล้วนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งผู้ที่บงการ หรือว่าตัวใหญ่ในการซื้อสิทธิขายเสียง ให้ความปรากฏแล้วก็จะได้มีการดำเนินคดีต่อไป
“เนื่องจากผมเป็น ส.ส.มา 2 ปี กว่า ได้ทำงานทุ่มเทให้กับพื้นที่โดยตลอดทั้งเรื่องของความเจริญในพื้นที่ ได้ประสานเกี่ยวกับเรื่องถนน เรื่องอาคารโรงพยาบาล เรื่องต่างๆ ในพื้นที่รวม ทั้งได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนราษฎร รับฟังความเดือดร้อนปัญหาต่างๆ ไม่เคยขาดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าชาวอำเภอบ้านดุงและอำเภอทุ่งฝนเป็นประจักษ์พยานให้ได้ เป็นที่รู้กันโดยชัดเจน”
นพ.ภาณุ ได้เปิดเผยอีกว่า มีอีกเรื่องที่มาร้องก็คือมีผู้สมัครท่านหนึ่ง (คนเดียวกัน) ได้ประกอบกิจการรีสอร์ท เมื่อปี 64 ได้มีโครงการของรัฐชื่อโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งผู้ประกอบการรีสอร์ทเป็นผู้สมัคร สส. ทำการเบิกจ่ายโดยเป็นเท็จ คือไม่มีผู้มาพักแต่ไปเบิกเงิน ซึ่งทาง ททท. ก็ได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านดุงแล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณา สอบสวน ปรากฏว่าเรื่องยังเงียบไปทั้งฝ่ายผู้ร้อง ททท.ก็เงียบ
ทางตำรวจสอบสวนถามไปถึงเส้นเงินจากธนาคารก็เงียบ เรื่องนี้ก็เลยเงียบกันมาตั้งแต่ปี 64 ก็อยากจะฝากทางผู้สื่อข่าวสื่อมวลชนช่วยติดตามด้วยว่า โครงการที่มีการทุจริตเงินของรัฐ โดยเฉพาะเรียกว่าไม่มีคนมาพัก แต่เบิกเงิน ก็อยากจะให้ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ในภาพรวมของรัฐ เรียกว่าเอาเงินคืนแล้วก็ลงโทษผู้กระทำผิดด้วย
“จังหวัดอุดรธานีไม่เคยมี ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยเลย ตอนนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มี สส. 4 เขต ส่วนผมก็น่าเสียดาย เพราะว่าจริงๆ แล้วคะแนนหรือโพลที่ทำ ผมก็นำมาตลอด ก็จะมาพลาดในบางประเด็นเท่านั้น ทางผู้ใหญ่ก็ให้กำลังใจมา หวังว่าจะได้ลงต่อสู้ในพื้นที่ต่อไป”

