ตรังรถทัวร์พลิกคว่ำผู้โดยสารเจ็บระนาว สาหัสนับสิบ คนขับสาหัสขาขาด เจ้าหน้าที่สายตรวจคาดหลับใน
เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด รับแจ้งรถทัวร์ปรับอากาศประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ริมถนนสายตรัง-กระบี่ ช่วงตรงข้ามโรงเรียนสามัคคีศึกษา ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยทั้งจากมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งจาก อ.ห้วยยอด, อ.รัษฎา, อ.วังวิเศษ และ อ.เมือง ประมาณ 20 คัน รีบเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นการด่วน
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ปรับอากาศสองชั้น สายภูเก็ต-เบตง ป้ายทะเบียน 10-1147 ยะลา ในสภาพพลิกคว่ำตะแคงขวาอยู่ในคูริมถนน สภาพด้านหน้าพังยับ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งพังกระจกด้านหลังรถ เพื่อลำเลียงผู้โดยสาร และผู้บาดเจ็บออกมา ก่อนปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเร่งนำคนเจ็บขึ้นรถ เพื่อส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่า 10 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยกว่า 30 ราย โดยแบ่งไปรักษาที่โรงพยาบาลห้วยยอดมากที่สุด และโรงพยาบาลวังวิเศษ โดยคนขับทราบชื่อนายสิริชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด คือ ขาซ้ายขาด ศีรษะแตก แต่รู้สึกตัวสามารถพูดจาโต้ตอบได้ โดยบอกว่า สาเหตุเพราะถูกรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระชั้นชิด ทำให้ตนเองต้องหักหลบ เป็นเหตุให้พลิกคว่ำ นอกจากนั้นคนรถ 1 คน ได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าซ้ายแตกจนกระดูกโผล่
นอกจากนี้ยังพบรถบรรทุกที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหาย บริเวณกันชนหน้า และกระจก จากการถูกรถทัวร์เฉี่ยวชนก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ โดยพบว่ารถทัวร์ได้เสียหลักก่อนไถลลงริมทางระยะทางยาวประมาณ 80 เมตร ก่อนจะพลิกคว่ำดังกล่าว
ด้านพนักงานประจำรถ เปิดเผยว่า รถได้ออกจากสถานีขนส่งภูเก็ตในเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กำหนดถึงปลายทาง อ.เบตง จ.ยะลา ในเวลาประมาณ 11.30 น. วันนี้ (15 ก.พ.) มีผู้โดยสารทั้งหมด 49 คน คนขับรถ 1 คน พนักงานประจำรถ 2 คน รวมทั้งหมด 52 คน ขณะเกิดเหตุตนเองนอนหลับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุพวกตนเองมาซุ่มดักรอถ่ายภาพเยาวชนรถซิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา เชื่อว่าคนขับหลับใน และยืนยันว่าไม่มีรถรถจักรยานยนต์ตัดหน้าอย่างที่คนขับกล่าวอ้างแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำการสอบปากคำ คนขับรถ พนักงานประจำรถ และผู้โดยสาร เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป ส่วนทางด้านบริษัทได้จัดรถคันใหม่มารับผู้โดยสารที่เหลือส่งปลายทาง


