แอมเนสตี้เปิดโครงการรณรงค์ “กล้า” (BRAVE) เพื่อยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน “เผย” รอบ 20 ปี ประเทศไทยถูกสังหารและสูญหาย 59 คน ภาคอีสาน ภาคใต้มากที่สุด
วันที่ 16 พ.ค. นางปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าองค์การ PROTECTION international (PI) เผยสถิติว่าในรอบ 20 ปี มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกสังหารและสูญหาย 59 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกสังหารและบังคับให้สูญหายมากที่สุด ซึ่งในทางความคืบหน้าของคดีมีการสอบสวนและนำขึ้นสู่ชั้นศาลน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคดีที่เกิดขึ้น และหากมองย้อนหลังไป 35 ปี พบว่าประเทศไทยมีการบังคับสูญหาย 90 กรณี แต่ 81 กรณียังไม่ได้รับการแก้ไข
“ตั้งแต่เนลสัน แมนเดลา มาลาลา ยูซาฟไซ เชลซี แมนนิง ถึงทนายสมชาย นีละไพจิตร บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ลุงเด่น คำแหล้ ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยเรื่องราวของคนธรรมดาสามัญที่ปฏิเสธระบบที่เป็นอยู่ และลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง”
นางปิยนุชเปิดเผยว่าแอมเนสตี้ ฯ ร่วมแสดงความกังวลผ่านโครงการรณรงค์เพื่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนระดับสากล ได้ตระหนักถึงการที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกคุกคามหรือถูกละเมิดสิทธิ อยากเรียกร้องให้คนกล้าออกมาช่วยเหล่านักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพราะพวกเขาคือผู้กล้าที่จะปกป้องและยืนหยัดเพื่อสิทธิของผู้อื่น เหล่าผู้กล้ากำลังต้องการผู้กล้าสนับสนุนกันและกัน ในการที่จะช่วยกันสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน”
นางปิยนุชเปิดเผยว่าแอมเนสตี้ฯร่วมดำเนินโครงการรณรงค์ระดับโลก เพื่อเรียกร้องให้มีการตระหนักถึงคุณค่าของการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและ ให้มีมาตรการปกป้องการทำงานของพวกเขาอย่างจริงจังและ การคุ้มครองและเปิดพื้นที่ที่มีความปลอดภัยให้ เพราะเหล่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนคือผู้กล้าที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของพวกเรา
นางปิยนุชเปิดเผยว่าในประเทศไทยจะมีกิจกรรมรวมตัว “ผู้กล้า” ในวันที่ 23 พ.ค.60 ที่บริเวณสวนลุมพินี กรุงเทพฯ เพราะนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคือผู้กล้าที่ออกมายืนหยัดเพื่อสิทธิของพวกเรา ถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมมือกัน มาช่วยกันสนับสนุนการทำงานที่กล้าหาญของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ได้รับการปกป้องคุ้มครอง ให้ได้ทำงานได้อย่างปลอดภัย
รายงานข่าวว่าสถิติที่สำคัญเกี่ยวกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในปี 59 อย่างน้อย 22 ประเทศ มีการสังหารบุคคลที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชนอย่างสงบ ใน 63 ประเทศ มีการสร้างข่าวเท็จ เพื่อทำให้ภาพพจน์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเสียหาย ใน 68 ประเทศ มีการจับกุมหรือควบคุมตัวนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพียงเพราะการทำงานอย่างสงบ ใน 94 ประเทศ มีการคุกคามหรือโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
